<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>        <rss version="2.0"
             xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
             xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
             xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
             xmlns:admin="http://webns.net/mvcb/"
             xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#"
             xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/">
        <channel>
            <title>
									ข่าวและประโยชน์น่าสนใจ - iKSSN Vector Illustrator Forum				            </title>
            <link>https://www.ikssn.com/board/news</link>
            <description>iKSSN Vector Illustrator Discussion Board</description>
            <language>en-US</language>
            <lastBuildDate>Mon, 20 Apr 2026 10:33:26 +0000</lastBuildDate>
            <generator>wpForo</generator>
            <ttl>60</ttl>
							                    <item>
                        <title>คาดปี 69 ส่งออกไทยแนวโน้มอัตราชะลอลง 2-4%</title>
                        <link>https://www.ikssn.com/board/topicid/105</link>
                        <pubDate>Tue, 13 Jan 2026 02:31:33 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[สรท.คาดปี 69 ส่งออกไทยแนวโน้มอัตราชะลอลง 2-4% เจอแรงกดดันทั้งภายในรวมทั้งนอกปท. ค่าเงินบาทแข็งโป๊กต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งป...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><strong>สรท.คาดปี 69 ส่งออกไทยแนวโน้มอัตราชะลอลง 2-4% เจอแรงกดดันทั้งภายในรวมทั้งนอกปท. ค่าเงินบาทแข็งโป๊กต่อเนื่อง</strong></p>
<p>เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 <strong>นายธนากร เกษตรสุวรรณ</strong> ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) หรือสภาผู้ส่งออก เปิดเผยถึงภาพรวมการส่งออกไทยปี 2568 ว่า การส่งออกของไทยในเดือนพฤศจิกายน 2568 มีมูลค่า 27,445.6 ล้านดอลลาร์ หรือ 890,204 ล้านบาท ขยายตัว 7% หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ หมายรวมไปถึงยุทธต้นสายปลายเหตุ ขยายตัว 12% ขณะที่มีการนำเข้า มีมูลค่า 30,172.5 ล้านดอลลาร์ หรือ 991,244 ล้านบาทขยายตัว 17% ดุลการค้า ขาดดุล 2,726.9 ล้านดอลลาร์</p>
<p>ขณะที่ภาพรวม 11 เดือนแรกของปี 2568 การส่งออก มีมูลค่า 310,706 ล้านดอลลาร์ หรือ 10,207,181 ล้านบาท ขยายตัว 12% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 315,662.5 ล้านดอลลาร์ หรือ 10,493,934 ล้านบาท ขยายตัว 12% ดุลการค้า ขาดดุล 4,956 ล้านดอลลาร์ ด้านการส่งออก 11 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวที่ 12.6% หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ รวมไปถึงยุทธต้นเหตุ ขยายตัว 13% มูลค่าการค้ารวม</p>
<p>นายธนากร กล่าวว่า สรท. เชื่อว่าการส่งออกปี 2568 จะเติบโตมากกว่า 9% ซึ่งแม้จะมีอุปสรรครอบด้านแต่ภาพรวมตลอดทั้งปี 2568 ยังมีการเติบโตจากการเร่งนำเข้าของคู่ค้าสำคัญในช่วงไตรมาส 1-3</p>
<p>อย่างไรก็ตาม สำหรับปี 2569 สรท. คาดว่าการส่งออกไทยมีแนวโน้มขยายตัวในอัตราชะลอลง อยู่ที่ 2-4% ท่ามกลางแรงกดดันทั้งจากต้นเหตุภายในและภายนอกประเทศ โดยเฉพาะสภาพตลาดโลกที่ตึงตัวจากมาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกา ค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง หมายรวมไปถึงฐานการส่งออกในปีก่อนที่ขยายตัวในระดับสูง แม้บางอุตสาหกรรมยังมีสัญญาณบวกอยู่ก็ตาม</p>
<p>ส่วนสาเหตุเสี่ยงสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังในปี 2569 ได้แก่ เหตุภายในประเทศ อาทิ ความต่อเนื่องของนโยบายการเมืองที่อาจกระทบเศรษฐกิจ ต้นทุนผู้ประกอบการที่เพิ่มขึ้นจากค่าแรงขั้นต่ำและก็สวัสดิการแรงงาน ค่าเงินบาทแข็งค่ากระทบรายได้ส่งออก ทิศทางต้นทุนพลังงาน การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่อาจไม่เชื่อมโยงกับซัพพลายเชนในประเทศ ปัญหาความแออัดในท่าเรือแหลมฉบังประกอบกับคลังสินค้าสุวรรณภูมิ รวมถึงภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดซ้ำซาก ส่วน เหตุภายนอก ได้แก่ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์รวมทั้งภูมิเศรษฐกิจ มาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐ (US Reciprocal Tariff) ที่เริ่มส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ความไม่ชัดเจนของเงื่อนไข Transshipment สินค้าจากจีนที่มีแนวโน้มทะลักเข้าสู่ไทยมากขึ้น รวมถึงค่าเงินบาทที่ยังแข็งค่าในปี 2569 ซึ่งจะกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออก</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวต่าง ๆ จากทางเรา ที่เดียว <a href="https://www.ikssn.com" rel="dofollow">iKSSN Vector ยันต์</a> จำหน่าย รูปภาพยันต์ งาน Vector งานออกแบบสำหรับกราฟิก</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.ikssn.com/board/news">ข่าวและประโยชน์น่าสนใจ</category>                        <dc:creator>ikssn</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.ikssn.com/board/topicid/105</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>สหรัฐฯ จะเปิดหน้าชนกับจีน หรือจะสงบศึกทางการค้า วันนี้ดูกัน</title>
                        <link>https://www.ikssn.com/board/topicid/104</link>
                        <pubDate>Thu, 30 Oct 2025 01:58:06 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[โลกจับตา! ทรัมป์-สี หารือวันนี้ สงบศึกการค้า หรือเปิดหน้าชนต่อ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กับ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน จะพบหารือกันในวันที่ 30 ตุลาคม 2568 ที่เกาหลีใต้ ซึ่งถือ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><strong>โลกจับตา! ทรัมป์-สี หารือวันนี้ สงบศึกการค้า หรือเปิดหน้าชนต่อ</strong></p>
<p><strong>ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์</strong> ของสหรัฐ กับ<strong> ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง </strong>ของจีน จะพบหารือกันในวันที่ 30 ตุลาคม 2568 ที่เกาหลีใต้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ผู้นำสองชาติมหาอำนาจจะพบกันหลังจากทรัมป์ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐสมัยที่ 2 ในต้นปีนี้ ท่ามกลางความตึงเครียดในสงครามการค้าที่หลายฝ่ายหวังว่า จะได้รับการแก้ไขแล้วก็ยุติลงในการหารือวันนี้</p>
<p>ทีมเจรจาฝ่ายสหรัฐส่งสัญญาณว่าพวกเขาต้องการกลับไปสู่การสงบศึกทางการค้าที่เต็มไปด้วยความเปราะบาง แต่ความตึงเครียดระหว่างสองประเทศยังคงอยู่ในระดับสูง ร่วมด้วยสาเหตุฉุดรั้งทางเศรษฐกิจระยะยาวก็มีแนวโน้มจะดำรงอยู่ต่อไประหว่างสองมหาอำนาจคู่แข่งทางภูมิรัฐศาสตร์ของโลก</p>
<p>ทรัมป์ได้แสดงความหวังหลายครั้งว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้ เมื่อเขาพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ระหว่างการเดินทางมาเข้าร่วมการประชุมผู้นำเอเปค แต่สถานที่พบกันครั้งนี้กลับไม่ใช่เมืองคยองจู สถานที่จัดประชุมผู้นำเอเปคที่เกาหลีใต้ทุ่มเททรัพยากรมากมายก่ายกองเพื่อให้โลกได้เห็นอดีตเมืองหลวงยาวนานกว่า 992 ปีของอาณาจักรโชซอน แต่เป็นเมืองปูซาน ที่เครื่องบินของเหล่าผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคจะนำเครื่องมาลงจอด</p>
<p>สื่อบางสำนักคาดการณ์ว่า การพบปะหยุดโลกของสองผู้นำชาติเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 1 ร่วมด้วย 2 ของโลกในครั้งนี้ อาจจะจัดขึ้นที่สนามบินนานาชาติกิมแฮในเมืองปูซาน ไม่นานหลังจากที่ประธานาธิบดีสีเดินทางถึงเกาหลีใตเพื่อร่วมการประชุมเอเปค และก่อนที่ทรัมป์จะออกเดินทางจากเกาหลีใต้ โดยไม่ได้เข้าร่วมภารกิจการประชุมเอเปคใดๆ อย่างเป็นทางการ เว้นแต่การเข้าร่วมดินเนอร์กับผู้นำเอเปคเพียง 8 เขตเศรษฐกิจแค่นั้น</p>
<p>อย่างไรก็ดี ด้วยการที่ทั้งสองประเทศพร้อมเล่นงานกันอย่างดุเดือดมากขึ้นในการแข่งขันทางเศรษฐกิจประกอบกับภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งนักวิเคราะห์หลายคนมองว่าเป็นดั่งสงครามเย็นยุคใหม่ คำถามสำคัญที่ยังคงอยู่คือ ความสงบชั่วคราวทางการค้านี้จะคงอยู่ยืนยาวได้เพียงใด</p>
<p>สงครามการค้าปะทุขึ้นอีกครั้งในเดือนนี้ หลังจากที่ปักกิ่งได้ขยายข้อจำกัดการส่งออกแร่หายาก ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตเทคโนโลยีชั้นสูง ซึ่งเป็นภาคส่วนที่จีนครองตลาดโลกเกือบทั้งหมดอยู่<br />ทรัมป์ได้ตอบโต้โดยขู่ว่าจะเก็บภาษีศุลกากรต่อสินค้าจีนเพิ่มอีก 100% พร้อมกับมาตรการอื่นๆ เช่น การจำกัดการส่งออกสินค้าที่ผลิตโดยใช้ซอฟต์แวร์ของสหรัฐไปยังจีน ซึ่งอาจส่งผลสะเทือนต่อเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง</p>
<p>หลังจากการเจรจาอย่างเร่งด่วนของเจ้าหน้าที่การค้าระดับสูงเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวว่า เขาคาดว่าปักกิ่งจะยอมเลื่อนการบังคับใช้ข้อจำกัดเกี่ยวกับแร่หายากออกไปอีกหนึ่งปี ประกอบกับจะกลับมาซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐ ซึ่งเป็นผลผลิตที่มีความสำคัญต่อเกษตรกรชาวอเมริกันอีกครั้ง โดยเป็นส่วนหนึ่งของกรอบข้อตกลงสำคัญ ที่คาดว่าผู้นำทั้งสองฝ่ายว่าจะให้ความเห็นชอบ<br />ก่อนการประชุมสุดยอดเอเปค รอยเตอร์ได้เผยมีรายงานพิเศษในวันที่ 29 ตุลาคมว่า จีนได้ซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน</p>
<p>ไรอัน แฮสส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านจีนจากสถาบันบรูคกิงส์ กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายยังคงไม่เต็มใจที่จะสละอำนาจควบคุมต่อสินค้าหรือเทคโนโลยีที่อีกฝ่ายพึ่งพาอยู่ จุดยืนเหล่านั้นจะยังคงอยู่ เหมือนปืนที่บรรจุกระสุนวางอยู่บนโต๊ะ ในขณะที่ผู้นำทั้งสองกำลังหาทางลดการพึ่งพาวัตถุดิมที่มีความสำคัญของแต่ละประเทศ<br />ทำเนียบขาวส่งสัญญาณว่า หวังให้การประชุมสุดยอดครั้งนี้เป็นเพียงการเริ่มต้นของการพบกันอีกหลายครั้งระหว่างทรัมป์รวมไปถึงสีในปีหน้า รวมถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการเยือนกันระหว่างผู้นำทั้งสอง ซึ่งบ่งชี้ว่ากระบวนการเจรจาที่ยืดเยื้อ แต่ทรัมป์ต้องการเห็นความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมโดยเร็ว เนื่องจากการเจรจาครั้งนี้กำลังถูกจับตาอย่างใกล้ชิดจากภาคธุรกิจทั่วโลก</p>
<p>ทรัมป์กล่าวเมื่อวันพุธว่า เขาคาดว่าจะลดภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนลง หากจีนให้คำมั่นว่าจะควบคุมการส่งออกสารตั้งต้นที่ใช้ผลิตยาเฟนทานิล ซึ่งเป็นยาแก้ปวดสังเคราะห์รุนแรงประกอบไปด้วยเป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากการใช้ยาเกินขนาดในสหรัฐ</p>
<p>ทรัมป์ยังกล่าวอีกว่า เขาอาจลงนามในข้อตกลงสุดท้ายกับสีเกี่ยวกับแอป TikTok แอปพลิเคชันยอดนิยมที่เผชิญกับคำสั่งแบนในสหรัฐ เว้นแต่บริษัทแม่ชาวจีนจะขายกิจการในสหรัฐ</p>
<p>นายกัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า ปักกิ่งยินดีที่จะทำงานร่วมกันกับสหรัฐเพื่อให้ได้ผลลัพธ์เชิงบวก</p>
<p>ข้อตกลงก่อนหน้านี้ ภาษีตอบโต้กันระหว่างสองประเทศลดลงอย่างมากเหลือประมาณ 55% สำหรับการนำเข้าไปยังสหรัฐ รวมทั้ง 10% สำหรับสินค้าสหรัฐที่นำเข้าไปยังจีน รวมทั้งได้รื้อฟื้นการส่งออกแม่เหล็กแร่หายากจากจีน กลับสู่ตลาดโลก โดยข้อตกลงดังกล่าวกำลังจะหมดอายุลงในวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้</p>
<p>สก็อตต์ เคนเนดี ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจจีนจากศูนย์ยุทธศาสตร์และการศึกษาระหว่างประเทศ (CSIS) ในกรุงวอชิงตัน คาดว่า ทั้งสองฝ่ายคงจะเลือกเตะถ่วงเวลาไปก่อนในตอนนี้ ประกอบกับไม่ว่าจะได้ข้อตกลงในรูปแบบใด มันก็คงไม่ได้มีรายละเอียดสาระสำคัญหรือเป็นข้อตกลงที่ยั่งยืนนัก</p>
<p>เคนเนดีกล่าวว่า การเจรจาครั้งนี้จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่สหรัฐกังวลมานานอย่างการเข้าถึงตลาดจีน ร่วมกับการผลิตเกินความต้องการของอุตสาหกรรมจีน ขณะที่สำหรับฝ่ายจีน แค่หลีกเลี่ยงประเด็นเหล่านั้นได้ ก็ถือเป็นชัยชนะแล้ว</p>
<p>การพบปะของทรัมป์แล้วก็สีครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงท้ายของการเดินทางเยือนเอเชียเป็นเวลา 5 วันของทรัมป์ ซึ่งระหว่างนั้นเขาได้ลงนามในข้อตกลงกับญี่ปุ่นร่วมด้วยชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลายประเทศ เกี่ยวกับความร่วมมือด้านแร่หายาก</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวต่าง ๆ ของเรา ที่เดียว <a href="https://www.ikssn.com" rel="dofollow">iKSSN Vector ยันต์</a> จำหน่าย รูปภาพยันต์ งาน Vector งานออกแบบสำหรับกราฟิก</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.ikssn.com/board/news">ข่าวและประโยชน์น่าสนใจ</category>                        <dc:creator>ikssn</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.ikssn.com/board/topicid/104</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>ประกาศเตือนรับมือน้ำหลัก เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำ</title>
                        <link>https://www.ikssn.com/board/topicid/103</link>
                        <pubDate>Thu, 29 May 2025 03:13:45 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[เตือน 11 จังหวัด เตรียมรับมือน้ำหลาก วันนี้เจ้าพระยาจ่อระบายน้ำ 1,000 ลบ.ม. 
เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำในเขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท เมื่อค่ำของคืน...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><strong>เตือน 11 จังหวัด เตรียมรับมือน้ำหลาก วันนี้เจ้าพระยาจ่อระบายน้ำ 1,000 ลบ.ม. </strong></p>
<p>เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำในเขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท เมื่อค่ำของคืนที่ผ่านมา (28 พ.ค.68) น้ำเหนือที่ไหลเข้าเขื่อนเจ้าพระยายังคงมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดน้ำเหนือไหลผ่านจุดวัดน้ำ C2 หน้าค่ายจิรประวัติ อ.เมืองนครสวรรค์ เพิ่มขึ้น วัดได้ 1,332 ลบ.ม./วิ (ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) ขณะที่ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาคงตัวล่าสุดวัดได้ 16.11 ม.รทก. (เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง) ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำเพิ่มขึ้นแบบขั้นบันได ล่าสุดได้ปรับเพิ่มการระบายขึ้นไปที่ 950 ลบ.ม./วิ เพื่อสร้างพื้นที่ว่างในลำน้ำรองรับปริมาณน้ำเหนือที่จะไหลลงมาสมทบขณะที่ระดับน้ำท้ายเขื่อนยกตัวขึ้น 30 ซ.ม.ในรอบ 6 ชม. ล่าสุด อยู่ที่ 10.99 ม.รทก. บวกกับมีแผนที่จะปรับขึ้นไปที่อัตรา 1,000 ลบ.ม./วิ ในช่วงสายวันนี้ ที่จะทำให้ระดับน้ำพื้นที่ท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นอีก 50 เซนติเมตร ถึง 1 เมตร ใน 24 ชม.ข้างหน้า</p>
<p><img class="size-full wp-image-5205155 aligncenter" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/05/news44184_K9a71f66Vk1748480067.jpg" alt="" width="1920" height="1080" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<p>โดยกรมชลประทานได้แจ้ง<strong>เตือน 11 จว.ลุ่มภาคกลาง</strong> ให้เตรียมตัวรับสถานการณ์น้ำไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำริมคลองโผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ริมคลองบางบาล อ.บางบาล<strong> รวมถึงพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำน้อย ใน อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา</strong> ให้เฝ้าสังเกตความเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำ ประกอบกับขอให้ติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิดต่อไป</p>
<p><img class="size-full wp-image-5205154 aligncenter" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/05/news44184_fhtKhZFzVg1748480067.jpg" alt="" width="1920" height="1080" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /> <img class="size-full wp-image-5205153 aligncenter" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/05/news44184_YuG6qxK9OX1748480067.jpg" alt="" width="1920" height="1080" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวต่าง ๆ จากที่นี่ ที่เดียว <a href="https://www.ikssn.com" rel="dofollow">iKSSN Vector ยันต์</a> จำหน่าย รูปภาพยันต์ งาน Vector งานออกแบบสำหรับกราฟิก</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.ikssn.com/board/news">ข่าวและประโยชน์น่าสนใจ</category>                        <dc:creator>ikssn</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.ikssn.com/board/topicid/103</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>เปิดกฎกระทรวง ค่าโดยสารวินรับส่ง คิดตามระยะทาง เกิน 15 กิโลเหมาจ่ายได้</title>
                        <link>https://www.ikssn.com/board/topicid/102</link>
                        <pubDate>Sat, 24 May 2025 02:33:10 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[เปิดกฎกระทรวง ค่าโดยสารพี่วิน คิดตามระยะทาง เกิน 15 กิโลเหมาจ่ายได้
เคยสงสัยไหมว่าการคำนวนเงินของวินจักรยายนต์คิดยังไง ระยะทางเทาไหร่ต้องจ่ายเท่าไหร่ หากรู้ข้อมูลเหล่านี้แล้ว เราอาจจะพอตอบค...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><strong>เปิดกฎกระทรวง ค่าโดยสารพี่วิน คิดตามระยะทาง เกิน 15 กิโลเหมาจ่ายได้</strong></p>
<p>เคยสงสัยไหมว่าการคำนวนเงินของวินจักรยายนต์คิดยังไง ระยะทางเทาไหร่ต้องจ่ายเท่าไหร่ หากรู้ข้อมูลเหล่านี้แล้ว เราอาจจะพอตอบคำถามที่ว่า <strong>“เคยมาเท่าไหร่”</strong> ได้อย่างสมเหตุสมผลก็เป็นได้</p>
<p>ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม เพจ ​LIRT : คลังสารสนเทศของสถาบันนิติบัญญัติ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกมาเผยแพร่ กฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าจ้างบรรทุกคนโดยสารสำหรับรถจักรยานยนต์สาธารณะ โดยระบุข้อความว่า</p>
<p>เครื่องแต่งกายรวมไปถึงอัตราค่าโดยสารของพี่วิน มีรายละเอียดดังนี้</p>
<ul>
<li>ระยะทางไม่เกิน 2 กม. ราคาไม่เกิน 25 บาท</li>
<li>ระยะทาง 2-5 กม. ราคาไม่เกิน 5 บาท/กม.</li>
<li>ระยะทาง 5-15 กม. ราคาไม่เกิน 10 บาท/กม. นับตั้งแต่กิโลเมตรแรก</li>
<li>ระยะทางมากกว่า 15 กม. ตกลงกันเอง หรือแม้นว่าไม่ตกลง คิดไม่เกิน 10 บาท/กม.<br />​<br /><strong>ที่มา</strong> : ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดแบบเสื้อกั๊กหรือเสื้อคลุม แล้วก็การแสดงสถานที่รอรับคนโดยสาร รวมทั้งหมายเลขประจำตัวคนขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ ประกอบกับหลักเกณฑ์ วิธีการ แล้วก็เงื่อนไข ในการจัดทำประวัติคนขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ พ.ศ. 2557<br />​<br />: กฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าจ้างบรรทุกคนโดยสารสำหรับรถจักรยานยนต์สาธารณะ พ.ศ. 2559</li>
</ul>
<p><img class="size-full wp-image-5197334 aligncenter" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/05/m576.jpg" alt="" width="1638" height="2048" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวต่าง ๆ จากทางเรา ที่เดียว <a href="https://www.ikssn.com" rel="dofollow">iKSSN Vector ยันต์</a> จำหน่าย รูปภาพยันต์ งาน Vector งานออกแบบสำหรับกราฟิก</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.ikssn.com/board/news">ข่าวและประโยชน์น่าสนใจ</category>                        <dc:creator>ikssn</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.ikssn.com/board/topicid/102</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>จีน-สหรัฐ เร่งหารือที่เจนีวา 10-11 พ.ค. 68 เร่งลดความตึงเครียดทางการค้า</title>
                        <link>https://www.ikssn.com/board/topicid/101</link>
                        <pubDate>Wed, 07 May 2025 01:54:16 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[‘จีน-สหรัฐ’ หารือนัดแรกที่เจนีวา 10-11 พ.ค. 68 เบสเซนต์ย้ำ เร่งลดความตึงเครียด ไม่คิดแยกการค้า
ผู้แทนสหรัฐอเมริกาหมายรวมไปถึงจีนตกลงที่จะพบปะหารือกันเป็นครั้งแรก หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐภายใต้...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><strong>‘จีน-สหรัฐ’ หารือนัดแรกที่เจนีวา 10-11 พ.ค. 68 เบสเซนต์ย้ำ เร่งลดความตึงเครียด ไม่คิดแยกการค้า</strong></p>
<p>ผู้แทนสหรัฐอเมริกาหมายรวมไปถึงจีนตกลงที่จะพบปะหารือกันเป็นครั้งแรก หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศขึ้นภาษีต่างตอบแทนเมื่อวันที่ 2 เมษายน ซึ่งทำให้ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองชาติที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะการที่จีนไม่ยอมถูกสหรัฐบีบ แต่ดำเนินมาตรการตอบโต้แบบตาต่อตาฟันต่อฟัน</p>
<p>ล่าสุดมีรายงานว่านายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ ร่วมด้วยเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ มีกำหนดจะหารือกับผู้นำเศรษฐกิจระดับสูงของจีน ในวันที่ 10-11 พฤษภาคมนี้ ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งถูกจับตามองในฐานะก้าวแรกที่จะคลี่คลายสงครามการค้าซึ่งส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจโลกเป็นวงกว้าง</p>
<p>เบสเซนต์ให้สัมภาษณ์กับรายการ “The Ingraham Angle” ของ Fox News ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2568 ก่อนการประชุมกับเจ้าหน้าที่จีนว่า สหรัฐรวมไปถึงจีนต้องลดความตึงเครียดลงก่อนที่จะเดินหน้าเจรจาการค้าได้</p>
<p>“ความรู้สึกของผมคือเรื่องนี้จะเป็นเรื่องของการลดความตึงเครียด ไม่ใช่ข้อตกลงการค้าครั้งใหญ่ แต่เราต้องลดความตึงเครียดลงก่อนที่จะเดินหน้าต่อไปได้” เบสเซนต์กล่าว</p>
<p>รัฐมนตรีคลังสหรัฐย้ำว่า รัฐบาลทรัมป์ไม่ต้องการแยกตัวทางการค้ากับจีนในด้านสิ่งทอประกอบไปด้วยสินค้าอื่นๆ แต่ตั้งใจที่จะนำการผลิตอุตสาหกรรมเชิงยุทธศาสตร์ เช่น เซมิคอนดักเตอร์ ยา บวกกับเหล็กกล้ากลับคืนสู่สหรัฐ</p>
<p>ขณะที่สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐและก็กระทรวงการคลังระบุว่า เกรียร์รวมทั้งเบสเซนต์จะเดินทางไปเจนีวาด้วยกันในวันพฤหัสบดี รวมถึงจะพบกับ คารีน เคลเลอร์-ซัทเทอร์ ประธานาธิบดีสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อหารือเกี่ยวกับการเจรจาการค้าต่างตอบแทน</p>
<p>อย่างไรก็ดี หน่วยงานต่างๆ ไม่ได้ระบุชื่อเจ้าหน้าที่ที่จะเข้าร่วมการประชุมจากฝ่ายจีน โดยระบุว่ามีเพียงเจ้าหน้าที่ระดับสูงทั้งสองเท่านั้นที่จะหารือกับ “ผู้แทนระดับสูงด้านเศรษฐกิจ” ของจีน</p>
<p>ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่า นายเหอ หลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน ที่ถูกมองว่าเป็นผู้มีบทบาทสำคัญด้านเศรษฐกิจร่วมกับหัวหน้าคณะเจรจาการค้าของจีน น่าจะเป็นหัวหน้าคณะฝ่ายจีนในการเจรจาดังกล่าว</p>
<p>ด้านโฆษกกระทรวงพาณิชย์ของจีนยืนยันผ่านแถลงการณ์ในเวลาต่อมาว่า จีนตกลงที่จะเจรจากับสหรัฐอีกครั้ง โดยพิจารณาจากความคาดหวังของโลก ผลประโยชน์ของจีน ร่วมกับความต้องการของอุตสาหกรรมบวกกับผู้บริโภคของสหรัฐ จีนจึงตัดสินใจที่จะกลับมาเจรจากับสหรัฐอีกครั้ง</p>
<p>“มีสุภาษิตเก่าแก่ของจีนที่ว่า จงฟังสิ่งที่พูด ร่วมกับเฝ้าดูการกระทำ หากสหรัฐพูดอย่างหนึ่งแต่กลับทำอีกอย่างหนึ่ง หรือพยายามใช้การเจรจาเป็นข้ออ้างในการกดดันบวกกับข่มขู่ต่อไป จีนจะไม่มีวันยอมรับ” แถลงการณ์ดังกล่าวระบุ</p>
<p>อย่างไรก็ดี ทรัมป์ประกอบไปด้วยทีมงานการค้าของเขาส่งสัญญาณที่ไม่ชัดเจนเกี่ยวกับความคืบหน้าในการเจรจากับประเทศคู่ค้าอื่นๆ ที่กำลังเร่งทำข้อตกลงเพื่อหลีกเลี่ยงการเก็บภาษีนำเข้าครั้งใหญ่จากสหรัฐ</p>
<p>เบสเซนต์กล่าวต่อสมาชิกสภาคองเกรสก่อนหน้านี้ว่า รัฐบาลทรัมป์กำลังเจรจากับประเทศคู่ค้าสำคัญ 17 ประเทศ แต่อยู่ในขั้นตอนเริ่มต้นเท่านั้นกับจีน บวกกับอาจมีการประกาศข้อตกลงกับบางประเทศภายในสัปดาห์นี้</p>
<p>ทรัมป์ยังระบุว่า เขาและก็เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลจะทบทวนข้อตกลงทางการค้าที่อาจเกิดขึ้นภายในสองสัปดาห์ข้างหน้า เพื่อตัดสินใจว่าจะรับข้อตกลงใดบ้าง</p>
<p>แถลงการณ์จากหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐไม่ได้ระบุว่า การประชุมกับเจ้าหน้าที่จีนครั้งนี้เป็นการเริ่มต้นการเจรจาอย่างเป็นทางการระหว่างสองประเทศ โดยสหรัฐรวมทั้งจีนยังคงอยู่ในสภาพเหมือนเล่นเกมแมวจับหนูในเรื่องของภาษีศุลกากร โดยที่ทั้งสองฝ่ายไม่ต้องการถูกมองว่าเป็นฝ่ายยอมถอยในสงครามการค้าที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและโซ่อุปทานที่ดำเนินอยู่ในขณะนี้</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวดี ๆ จากที่นี่ ที่เดียว <a href="https://www.ikssn.com" rel="dofollow">iKSSN Vector ยันต์</a> จำหน่าย รูปภาพยันต์ งาน Vector งานออกแบบสำหรับกราฟิก</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.ikssn.com/board/news">ข่าวและประโยชน์น่าสนใจ</category>                        <dc:creator>ikssn</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.ikssn.com/board/topicid/101</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์รัฐสภา ร้องขอตรวจสอบ หลังโดนโกงเงินกว่า 14 ล้าน</title>
                        <link>https://www.ikssn.com/board/topicid/100</link>
                        <pubDate>Fri, 18 Apr 2025 07:45:43 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์รัฐสภาโวย ถูกทุจริตเงิน 14 ล้าน ด้าน กก.สหกรณ์ฯ ตรวจสอบ พบโกงจริง ออกประกาศเลิกจ้าง-แจ้งความเอาผิด ‘เจ้าหน้าที่การเงิน’ แล้ว ขณะที่สมาชิกยังข้องใจ ไม่เชื่อทำคนเดียว หวั่...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><strong>สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์รัฐสภาโวย ถูกทุจริตเงิน 14 ล้าน ด้าน กก.สหกรณ์ฯ ตรวจสอบ พบโกงจริง ออกประกาศเลิกจ้าง-แจ้งความเอาผิด ‘เจ้าหน้าที่การเงิน’ แล้ว ขณะที่สมาชิกยังข้องใจ ไม่เชื่อทำคนเดียว หวั่นตัดตอน ขอ “หน่วยงานภายนอก” ร่วมสอบให้กระจ่าง</strong></p>
<p>เมื่อวันที่ 18 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานจากสภาผู้แทนราษฎร ว่า เมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา สหกรณ์ออมทรัพย์ข้าราชการฝ่ายรัฐสภา จำกัด ออกประกาศ สหกรณ์ฯ ลงชื่อโดย น.ส.สิตาวีร์ ธีรวิรุฬห์ ประธานกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ข้าราชการฝ่ายรัฐสภา จำกัด เรื่องการกำกับดูแลหมายรวมไปถึงตรวจสอบการดำเนินการของสหกรณ์ออมทรัพย์ข้าราชการฝ่ายรัฐสภา จำกัด ต่อกรณีที่พบการทุจริตในสหกรณ์ อาจทำให้สมาชิกสงสัยและก็ไม่สบายใจ จึงขอชี้แจงสมาชิกดังนี้ สหกรณ์ได้พบข้อเท็จจริงเบื้องต้นว่าเจ้าหน้าที่สหกรณ์ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่การเงินมีพฤติกรรมทุจริตในหน้าที่ ดังนั้นที่ประชุมคณะกรรมการ ได้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง เพื่อสอบสวนหาหลักฐานการกระทำผิด ประกอบกับมีข้อเท็จจริงพบว่า<strong>เจ้าหน้าที่การเงินทำทุจริตจริง คณะกรรมการ จึงมีมติให้เลิกจ้าง โดยไม่จ่ายค่าชดเชย บวกกับแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางโพ เพื่อดำเนินคดี ซึ่งคดีอยู่ระหว่างขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ</strong></p>
<p>จากเหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อสถานะการเงินของสหกรณ์ฯ รวมถึงไม่กระทบเงินในบัญชีเงินฝากแล้วก็ทุนเรือนหุ้นของสมาชิกแต่อย่างใด บวกกับขอให้สมาชิกเชื่อมั่นในคณะกรรมการดำเนินงานสหกรณ์ออมทรัพย์ ว่าจะรักษาผลประโยชน์ของสมาชิกรวมถึงสหกรณ์อย่างเต็มกำลังความสามารถ</p>
<p>ในกรณีดังกล่าวพบว่ามีการวิจารณ์ถึงเหตุการทุจริตที่เกิดขึ้นในโอเพ่นแชตสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์รัฐสภา โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่า การทุจริตเป็นเงินจำนวนมากถึง 14 ล้านบาท เป็นไปได้ยากที่จะมีคนเพียงคนเดียวทำโดยลำพัง เพราะระบบของสหกรณ์ทั่วไป โดยเฉพาะสหกรณ์ใหญ่ระดับรัฐสภา มักมีโครงสร้างตรวจสอบร่วมด้วยถ่วงดุลกันอยู่พอสมควร เช่น 1.การทำธุรกรรมเกี่ยวกับเงิน ต้องมีลายเซ็นร่วม โดยทั่วไปต้องมีอย่างน้อย 2 คน เช่น เจ้าหน้าที่กับผู้จัดการ หรือ เจ้าหน้าที่กับคณะกรรมการ จึงจะเบิกเงินหรืออนุมัติรายการได้</p>
<p>2.ต้องผ่านการตรวจสอบบัญชีร่วมกับการอนุมัติหลายขั้น เช่น ต้องมีการทำเอกสารเบิกจ่าย หรือ มีคนตรวจสอบยอดเงิน หรือ มีคนลงนามอนุมัติ 3.หากว่ามีเพียงคนเดียวที่เข้าถึงเงินได้ แสดงว่าระบบควบคุมภายในอ่อนแอมาก ร่วมด้วยในกรณีนี้มักจะมีผู้มีตำแหน่งสูงกว่า เพิกเฉย ปล่อยปละ หรืออาจรู้เห็นเป็นใจ ประกอบกับ4.ระยะเวลาที่ใช้ในการทุจริตมักไม่ใช่ช่วงสั้นๆ ถ้าหากว่าเป็นการทุจริตสะสม เช่น เดือนละ 1แสนบาท หรือ 2 แสนบาท ไปเรื่อย ๆ นานเป็นปี แปลว่า “มีคนรู้แต่ไม่พูด หรือแกล้งไม่เห็น” ก็เป็นไปได้มาก</p>
<p>นอกจากนั้นยังมีสมาชิกสหกรณ์ ระบุด้วยว่า “น้องที่ทำไป ต้องยอมรับและก็สารภาพมาให้หมด ว่าทำคนเดียวหรือทำร่วมกับใคร สหกรณ์ของเราจะได้ใส สะอาด หาทางอุดช่องโหว่ที่มี กรณีนี้ประธานกรรมการสหกรณ์ปัจจุบัน เคยดำรงตำแหน่งกรรมการชุดเก่า การตรวจสอบความโปร่งใสต้องชัดเจน ร่วมด้วยสร้างความเชื่อมั่นด้วย”</p>
<p>ยังมีข้อความที่แสดงความเห็นด้วยว่า “แม้นว่าตรวจสอบว่า มีผู้มีอำนาจลงนาม คณะกรรมการเก่า หรือผู้ตรวจสอบ บกพร่อง ในการรับรองบัญชี ที่เงินหายมาหลายปี จะเกิดข้อครหาด้วยหรือไม่ <strong>เพราะในปี 2567 ตรวจสอบ รับรอง ไม่พบความผิดปกติ ผู้รับรองตรวจสอบประเมิน ดีมาก ดีเยี่ยม</strong> ขณะที่ปี 2568 พบทุจริตเงินเบื้องต้น 14 ล้านบาท หายโดยเจ้าหน้าที่คนเดียว ทำมาหลายปี ถือว่าย้อนแย้ง เพราะว่าถูกรับรองกันมาโดยไม่ตรวจสอบเงินว่าตรงกันหรือไม่ แบบนี้การรับรองบัญชีปี 2568 จะเชื่อมั่นได้อย่างไรว่าข้อมูลจริง”</p>
<p>ทั้งนี้แหล่งข่าวจากสหกรณ์ออมทรัพย์รัฐสภา ระบุว่า การตรวจสอบที่เบื้องต้นพบการทุจริตแล้วก็คณะกรรมการมีมติให้เลิกจ้างบุคคลเพียงรายเดียวนั้น เป็นสิ่งที่ไม่สามารถให้ความเชื่อมั่นในการตรวจสอบได้ <strong>เพราะอาจจะเป็นการตัดตอนให้เจ้าหน้าที่รับผิดเพียงคนเดียว และให้ผู้ใหญ่ที่คาดว่าอาจทำผิดร่วมลอยตัวโดยไม่ต้องรับผิด</strong> ดังนั้นจึงอยากให้มีการตรวจสอบอีกครั้งจากหน่วยงานภายนอกที่ไม่ใช่คณะกรรมการของสหกรณ์ออมทรัพย์ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสที่แท้จริง</p>
<p>ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับในเว็บของสหกรณ์ออมทรัพย์รัฐสภา ได้เผยแพร่รายงานประจำปีของสหกรณ์ออมทรัพย์ข้าราชการฝ่ายรัฐสภา จำกัด ปี 2567 โดยระบุว่าสหกรณ์ออมทรัพย์ ได้ดำเนินการมาสู่ปีที่ 49 ปัจจุบันสินทรัพย์ของสหกรณ์เติบโตต่อเนื่อง มีสินทรัพย์ 2,513.50 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อน 205.96 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 102.76 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อน 7.8 ล้านบาท สหกรณ์มีความมุ่งมั่นให้สมาชิกมีความมั่นคงทางการเงิน สนับสนุนการออม ให้ผลตอบแทนการลงทุนกับสมาชิกอย่างเหมาะสม</p>
<p>ทั้งนี้ในคณะกรรมการชุดที่ 49 นั้นมีนายสัณห์ชัย สินธุวงษ์ เป็นประธานกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ข้าราชการฝ่ายรัฐสภา จำกัด รวมถึงยังเป็นประธานกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์ฯ ประกอบไปด้วยมีกรรมการรวม 15 คน ขณะที่เจ้าหน้าที่สหกรณ์ฯ มี 9 คน มี น.ส.วรัลชญาน์ เจริญทัศนาวิชญ์ เป็นผู้จัดการ รวมถึงพบชื่อ น.ส.กัญญารัตน์ ตะพัง เป็นเจ้าหน้าที่การเงิน น.ส.ดวงกมล แดงกัน เป็นเจ้าหน้าที่บัญชี น.ส.วรณฤดี แก่นสุข เป็นเจ้าหน้าที่จัดทำบัญชีสหกรณ์<br />ส่วนคณะกรรมการชุดปัจจุบัน เป็นชุดที่ 50 มี น.ส.สิตาวีร์ เป็นประธานกรรมการ และก็มีนายสัณห์ชัย เป็นที่ปรึกษา ขณะที่เจ้าหน้าที่สหกรณ์นั้น พบว่าเป็นชุดเดิม</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวใหม่ ๆ จากทางเรา ที่เดียว <a href="https://www.ikssn.com" rel="dofollow">iKSSN Vector ยันต์</a> จำหน่าย รูปภาพยันต์ งาน Vector งานออกแบบสำหรับกราฟิก</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.ikssn.com/board/news">ข่าวและประโยชน์น่าสนใจ</category>                        <dc:creator>ikssn</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.ikssn.com/board/topicid/100</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>สหรัฐขึ้นภาษีสินค้าไทยแล้ว 36%</title>
                        <link>https://www.ikssn.com/board/topicid/99</link>
                        <pubDate>Thu, 03 Apr 2025 01:50:41 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[รัฐ-เอกชน ถกรับมือ มะกัน ขึ้นภาษีไทยวันนี้ เล็งซื้อของสหรัฐเพิ่ม ผวาเสียหาย 2.8 แสนล้าน ขึ้นบัญชีดำสินค้า 49 รายการเสี่ยงสวมสิทธิ
เมื่อวันที่ 2 เมษายน ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นาย...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><strong>รัฐ-เอกชน ถกรับมือ มะกัน ขึ้นภาษีไทยวันนี้ เล็งซื้อของสหรัฐเพิ่ม ผวาเสียหาย 2.8 แสนล้าน ขึ้นบัญชีดำสินค้า 49 รายการเสี่ยงสวมสิทธิ</strong></p>
<p>เมื่อวันที่ 2 เมษายน ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ <strong>นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์</strong> ในฐานะประธานคณะทำงานนโยบายการค้าสหรัฐอเมริกา นำตัวแทนหอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รวมถึงผู้บริหารภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพลังงาน สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ธนาคารแห่งประเทศไทย แถลงข่าว เพื่อสื่อสารรวมทั้งสร้างความเข้าใจแก่ภาคส่วนที่เกี่ยวเนื่องภายในประเทศต่อการกำหนดแนวทางเตรียมความพร้อมของไทยต่อนโยบายการค้าสหรัฐ เพื่อลดผลกระทบจากการขึ้นภาษีของสหรัฐ ผ่านการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทยร่วมกับสหรัฐ ในมิติต่างๆ</p>
<p>นายวุฒิไกรกล่าวว่า นายกฯแต่งตั้งคณะทำงานนโยบายการค้าสหรัฐอเมริกา จากการติดตามสถานการณ์พบว่า หลายประเทศคู่ค้าสำคัญของสหรัฐได้ยื่นข้อเสนอการเจรจา รวมมูลค่ากว่าแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ถึงขณะนี้สหรัฐยังไม่ได้ตอบรับ และก็ทุกประเทศทั่วโลก คงได้รับผลกระทบจากนโยบายภาษี สะท้อนว่าสหรัฐเน้นการเพิ่มรายได้เข้ารัฐเป็นสำคัญ เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตทางเศรษฐกิจของประเทศ รวมไปถึงการขาดดุลการค้าที่มีสูงมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ในแต่ละปี คาดว่ามาตรการภาษีของสหรัฐจะชัดเจนมากขึ้นหลังการประกาศ Reciprocal Tariff ของสหรัฐในวันที่ 2 เมษายน</p>
<p>นายวุฒิไกรกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ คณะทำงานเตรียมประชุม และก็ทำแผนการเจรจาเชิงรุกร่วมกับรัฐกับภาคเอกชนไว้แล้ว ซึ่งที่ผ่านมาสหรัฐได้ประกาศใช้มาตรการด้านภาษี 4 ด้าน คาดว่าสหรัฐจะปรับขึ้นภาษีไทยเพิ่มอีก 3 รายการ ประกอบด้วย สินค้ากลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ อาจปรับภาษีนำเข้าเป็น 25% ผลิตภัณฑ์ยา ร่วมกับไม้รวมทั้งผลิตภัณฑ์จากป่า และไทยยังมีแนวโน้มถูกเก็บภาษีตอบโต้โดยสหรัฐ อาจจะปรับเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าให้เท่าที่ไทยเรียกเก็บภาษีสินค้า</p>
<p>นำเข้าจากสหรัฐด้วย จากขึ้นภาษีรอบแรกไทยได้รับผลกระทบไปแล้ว หมายความ สินค้ากลุ่มเหล็กแล้วก็อะลูมิเนียม ปัจจุบันไทยเก็บภาษีสินค้าเกษตร และก็อุตสาหกรรม สูงกว่าสหรัฐ 11% หากสหรัฐปรับขึ้นภาษีให้เท่าไทย คาดว่าทำให้ไทยเสียหาย 7-8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.8แสนล้านบาท)</p>
<p>“ไทยอาจจะใช้แนวทางในการปรับลดภาษีนำเข้า ประกอบไปด้วยเพิ่มปริมาณนำเข้าสินค้าบางรายการจากสหรัฐ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดดุลการค้าให้สหรัฐ” นายวุฒิไกรกล่าวแล้วก็ว่าอย่างไรก็ตาม สหรัฐมีข้อกังวลในเรื่องการย้ายฐานการผลิตบางประเทศมายังไทย ทำให้เกิดการสวมสิทธิสินค้าส่งออกไปยังสหรัฐ โดยขณะนี้ได้สั่งให้กรมการค้าต่างประเทศเร่งไขปัญหา ด้วยการขึ้นบัญชีสินค้าที่เสี่ยงสวมสิทธิไทยแล้ว 49 รายการ โดยเฉพาะเหล็ก ผลิตภัณฑ์จากจีน</p>
<p>นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยคนใหม่ กล่าวว่า ไทยควรพิจารณาเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐ โดยเฉพาะสินค้าเกษตร อาหาร หมายรวมไปถึงพลังงาน ลดความกดดันด้านดุลการค้า รวมถึงพิจารณาปฏิรูปโควต้าภาษีนำเข้าของไทยกับสหรัฐ ให้มีจุดยืนที่เป็นธรรม ร่วมกับสมดุลในการเจรจากับสหรัฐ อีกทั้งหอการค้ากังวลเกี่ยวกับมาตรการภาษีของสหรัฐกับทั่วโลก อาจทำให้มีสินค้าต่างประเทศทะลักเข้าสู่ตลาดอาเซียน รวมถึงไทย โดยหอการค้าเสนอให้รัฐบาลไทยพิจารณาการนำเข้าสินค้ากลุ่มต่างๆ ที่จะไม่กระทบต่อคู่ค้า ร่วมด้วยเกษตรกรภายในประเทศ</p>
<p>แคโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว แถลงยืนยันว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ จะดำเนินมาตรการเก็บภาษีต่างตอบแทนในวันที่ 2 เมษายน ตามเวลาท้องถิ่น ตามแผนการที่วางไว้ ซึ่งถูกเรียกขานว่า วันปลดปล่อย (Liberation Day) ซึ่งจะมีผลในทันที ขณะที่มาตรการเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์จากทั่วโลกในอัตรา 25% จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 3 เมษายน พร้อมกล่าวด้วยว่า ประธานาธิบดีมีทีมที่ปรึกษาที่มีความสามารถ ซึ่งได้ศึกษาปัญหานี้มาอย่างยาวนาน ทางรัฐบาลมุ่งมั่นในการนำยุคทองของสหรัฐกลับคืนมา</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวต่าง ๆ ของเรา ที่เดียว <a href="https://www.ikssn.com" rel="dofollow">iKSSN Vector ยันต์</a> จำหน่าย รูปภาพยันต์ งาน Vector งานออกแบบสำหรับกราฟิก</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.ikssn.com/board/news">ข่าวและประโยชน์น่าสนใจ</category>                        <dc:creator>ikssn</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.ikssn.com/board/topicid/99</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>ดีเซล-เบนซินลด 50 สต.วันนี้ ด้านสัญญาไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน คาดใช้เวลาสร้าง 5 ปีเสร็จ</title>
                        <link>https://www.ikssn.com/board/topicid/98</link>
                        <pubDate>Fri, 28 Mar 2025 02:16:35 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[บอร์ดรฟท.เคาะแก้สัญญา ไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน-วางไทม์ไลน์ลงนาม มิ.ย. – ใช้เวลาสร้าง 5 ปีเสร็จ เฮ!ดีเซล-เบนซินลด 50 สต. วันนี้
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 28 มีนาคม นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<h4><strong>บอร์ดรฟท.เคาะแก้สัญญา ไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน-วางไทม์ไลน์ลงนาม มิ.ย. – ใช้เวลาสร้าง 5 ปีเสร็จ เฮ!ดีเซล-เบนซินลด 50 สต. วันนี้</strong></h4>
<p>ทั้งนี้เมื่อวันที่ 28 มีนาคม<strong> นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง</strong> รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เผยว่า เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท. ได้อนุมัติร่างสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินฉบับแก้ไขใหม่แล้ว โดยจะส่งร่างแก้ไขสัญญาให้คณะกรรมการกำกับดูแลโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (คณะกรรมการกำกับสัญญา) ตาม พ.ร.บ.อีอีซี ให้ความเห็นก่อนส่งร่างสัญญาให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจสอบในเดือนเมษายนนี้ จะใช้เวลาตรวจสอบ 30 วัน เมื่อได้รับอนุมัติแล้วต้องให้บอร์ดรถไฟรับทราบก่อนเสนอให้คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) พิจารณาก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ คาดว่าจะลงนามแก้ไขสัญญาร่วมทุนในเดือนมิถุนายนนี้</p>
<p>“ส่วนแผนก่อสร้างหลังออกหนังสือแจ้งเริ่มงาน หรือ NTP แล้ว เอกชนต้องเริ่มงานใน 30 วัน ใช้เวลาสร้าง 5 ปี นับจากวันที่ออกหนังสือเริ่มงาน คาดสร้างเสร็จเปิดบริการในปี 2572 ซึ่งการก่อสร้างรูปแบบเร่งด่วนที่เอกชนต้องดำเนินการ คือ เร่งออกแบบโครงสร้างร่วมบวกกับเริ่มก่อสร้างบริเวณใต้รันเวย์ที่ 2 สนามบินอู่ตะเภา แล้วก็บางซื่อ-ดอนเมือง บริเวณที่มีโครงสร้างร่วมกับรถไฟไทย-จีนช่วงสัญญา 4-1” นายอนันต์กล่าว</p>
<p>นายอนันต์กล่าวว่า สำหรับการแก้สัญญามีทั้งหมด 5 ประเด็น ได้แก่ แก้ไขปัญหาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ภายใต้สัญญาใหม่ 5 ข้อ คือ 1.วิธีชำระเงินที่รัฐร่วมลงทุน (Public Investment Cost : PIC) จากเดิมรัฐจะจ่ายเมื่อเอกชนเปิดเดินรถไฟความเร็วสูง โดยรัฐจะแบ่งจ่ายเป็นเวลา 10 ปี ปีละเท่าๆ กันรวมเป็นเงินจำนวน 149,650 ล้านบาท เปลี่ยนมาเป็นรัฐจะจ่ายเป็นงวดตามความก้าวหน้าของงานก่อสร้าง ที่ รฟท.ตรวจรับวงเงินไม่เกิน 120,000 ล้านบาท แต่มีเงื่อนไขให้บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด คู่สัญญา ต้องวางหลักประกันเพิ่มเติมจากสัญญาเดิมรวมเป็นจำนวน 152,164 ล้านบาท เพื่อประกันว่างานก่อสร้างแล้วก็รถไฟความเร็วสูงจะเปิดให้บริการได้ภายใน 5 ปี ขณะที่กรรมสิทธิ์สิ่งปลูกสร้างจะทยอยตกเป็นของ รฟท.ทันทีตามงวดการจ่ายเงิน</p>
<p>2.การกำหนดการชำระค่าสิทธิให้ร่วมลงทุนในโครงการแอร์พอร์ตเรลลิงก์ (ARL) จะให้เอเชีย เอรา วัน แบ่งชำระค่าสิทธิจำนวน 10,671.09 ล้านบาท ออกเป็น 7 งวดเป็นรายปี ในจำนวนแบ่งชำระเท่าๆ กัน แต่บริษัทจะต้องชำระงวดแรก ณ วันที่ลงนามแก้ไขสัญญากับ รฟท. รวมถึงบริษัทยังต้องวางหนังสือค้ำประกันที่ออกโดยธนาคารในมูลค่าเท่ากับค่าสิทธิ ARL รวมถึงค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเงินอื่นๆ ที่ รฟท.จะต้องรับภาระด้วย 3.การกำหนดส่วนแบ่งผลประโยชน์ตอบแทน (Revenue Sharing) เพิ่มเติม หากในอนาคตอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของโครงการลดลงอย่างมีนัยสำคัญหมายรวมไปถึงเป็นผลทำให้เอเชีย เอรา วัน ได้ผลประโยชน์ตอบแทน (IRR) เพิ่มขึ้นเกินกว่า 5.52% แล้วก็จะให้สิทธิ รฟท.เรียกให้บริษัทชำระส่วนแบ่งผลประโยชน์เพิ่มได้ตามแต่จะตกลงกันต่อไป</p>
<p>4.การยกเว้นเงื่อนไขการออกหนังสือ NTP ให้คู่สัญญาจัดทำบันทึกความตกลงยกเว้นเงื่อนไข NTP ที่ยังไม่สำเร็จ ความหมาย การรับบัตรส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ เพื่อให้ รฟท.สามารถออกหนังสือ NTP ให้กับเอเชีย เอรา วัน ได้ทันทีหลัง 2 ฝ่ายลงนามในการแก้ไขสัญญา ร่วมกับ 5.ป้องกันการเกิดปัญหาในอนาคตที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสถานะทางการเงินของโครงการ โดยทำการปรับปรุงข้อสัญญาในส่วนของเหตุสุดวิสัยกับเหตุผ่อนปรนให้สอดคล้องกับสัญญาร่วมลงทุนระหว่างรัฐร่วมกับเอกชนในโครงการอื่น<br />รายงานข่าวแจ้งว่า สถานีบริการน้ำมันพีทีที สเตชั่น ประกาศปรับราคาขายปลีก น้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์รวมไปถึงดีเซลทุกชนิดลง 50 สตางค์/ลิตร ส่งผลให้เบนซินอยู่ที่ 42.44 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 34.15 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 33.78 บาท/ลิตร E20 อยู่ที่ 31.94 บาท/ลิตร E85 อยู่ที่ 30.29 บาท/ลิตร และก็พรีเมียม แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 42.74 บาท/ลิตร มีผลวันที่ 28 มีนาคม 2568 หลังเวลา 05.00 น.เป็นต้นไป</p>
<p>ส่วนน้ำมันกลุ่มดีเซล B7 อยู่ที่ 32.44 บาท/ลิตร ดีเซล B20 อยู่ที่ 32.44 บาท/ลิตร ส่วนพรีเมียมดีเซล B7 อยู่ที่ 44.44 บาท ซึ่งราคาขายปลีกข้างต้นยังไม่รวมภาษีบำรุงกรุงเทพฯ</p>
<p>ทั้งนี้ เป็นตามมติคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ที่เห็นชอบให้ปรับอัตราเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงลงสำหรับกลุ่มน้ำมันเบนซินบวกกับน้ำมันดีเซล ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันลดลงรวม 1 บาทต่อลิตร โดยปรับลดราคาเป็น 2 ระยะ ครั้งละ 50 สตางค์ต่อลิตร ได้แก่ ครั้งที่ 1 วันที่ 28 มีนาคม 2568 แล้วก็ครั้งที่ 2 วันที่ 4 เมษายน 2568 เพื่อเป็นของขวัญให้ประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวดี ๆ ของที่นี่ ที่เดียว <a href="https://www.ikssn.com" rel="dofollow">iKSSN Vector ยันต์</a> จำหน่าย รูปภาพยันต์ งาน Vector งานออกแบบสำหรับกราฟิก</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.ikssn.com/board/news">ข่าวและประโยชน์น่าสนใจ</category>                        <dc:creator>ikssn</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.ikssn.com/board/topicid/98</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>เอสเอ็มอีไทย และความท้าทายที่ยิ่งใหญ่</title>
                        <link>https://www.ikssn.com/board/topicid/97</link>
                        <pubDate>Wed, 19 Mar 2025 03:29:59 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[เอสเอ็มอีไทย มีความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ เช่นนั้นแล้วคือ การยกระดับขีดความสามารถผู้ประกอบการรวมถึงแรงงานในสถานประกอบการ จากการสำรวจของ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางแล้วก็ขนาดย่อม (สสว.) พบว่า...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><strong>เอสเอ็มอีไทย มีความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ เช่นนั้นแล้วคือ การยกระดับขีดความสามารถผู้ประกอบการรวมถึง</strong>แรงงานในสถานประกอบการ จากการสำรวจของ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางแล้วก็ขนาดย่อม (สสว.) พบว่า สถานการณ์ภาพรวมเอสเอ็มอีที่ Up skills แรงงานช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีเพียง 8.3% แบ่งตามขนาดของกิจการกลุ่มรายย่อย Up skillsแรงงานเพียง 7% รายย่อม 12.5% รายกลาง 16.5% ตามลำดับหากแบ่งตามประเภทธุรกิจ ภาคการผลิต มีการ Up skills แรงงาน 9.3% ภาคการบริการ 9.2% ภาคการค้า 6.4% แล้วก็ภาคธุรกิจเกษตร 5.6% ตามลำดับ</p>
<p>โดย <strong>นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย</strong> กล่าวถึงความท้าทายการรองรับการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลเทคโนโลยี การใช้ AI ให้เป็นประโยชน์กับธุรกิจเอสเอ็มอีในแต่ละด้านยังขาดมาตรการเชิงรุกที่เป็นรูปธรรมเพิ่มความตระหนักแล้วก็การเข้าถึงดิจิทัลเทคโนโลยีร่วมกับ AI โดยมี 5 ส่วนสำคัญ ความหมาย</p>
<p><strong>1.เอสเอ็มอีที่นำดิจิทัลเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการติดต่อ Supplier หรือผู้ขายวัตถุดิบ-สินค้า</strong> 62% ระดับ 0 ยังใช้รูปแบบการโทรสั่งหรือติดต่อผู้ขายโดยตรงที่ร้าน ส่วนที่เหลือระดับ 1 มี 28.2% ใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ ระดับ 2 มี 9.7% ใช้ระบบการสั่งซื้อแบบอิเล็กทรอนิกส์ รวมไปถึงมีส่วนน้อยมากระดับ 3 มี 0.1% ที่ใช้ระบบออนไลน์แบบ Real-time ซึ่งการใช้รูปแบบการสั่งซื้อแบบโทรศัพท์หรือไปหน้าร้าน หากแบ่งตามขนาดเป็นกิจการระดับ 0 ขนาดย่อย 64.3% ขนาดย่อม 54.2% ประกอบกับขนาดกลาง 48.9% หากแบ่งตามประเภทกิจการภาคบริการ 69.2% ภาคการค้า 64.6% ภาคธุรกิจเกษตร 60.7% ภาคการผลิต 49.3% ตามลำดับ</p>
<p><strong>2.เอสเอ็มอีที่นำเทคโนโลยีใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และออกแบบผลิตภัณฑ์</strong> 64.2% เป็นระดับ 0 ยังซื้อแบบสำเร็จรูปในท้องตลาดทั่วไป ระดับ 1 ออกแบบด้วยตนเองโดยการวาด 2D/3D ด้วยมือ 19.5% ระดับ 2 ออกแบบโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ 15.5% ประกอบกับระดับ 3 ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยในการออกแบบและการผลิต 0.8% หากแบ่งตามขนาดเป็นกิจการระดับ 0 ขนาดย่อย 75.3% ขนาดย่อม 41.7% และก็ขนาดกลาง 1.4% (ส่วนใหญ่ 64.7% เป็นระดับ 2 ออกแบบโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์) หากแบ่งตามประเภทกิจการระดับ 0 ภาคการค้า 82.6% ภาคบริการ 67.7% ภาคการผลิต 57.8% ตามลำดับ รวมถึงภาคธุรกิจเกษตร 27.1% (ส่วนใหญ่เป็นระดับ 2 มี 61% ออกแบบโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์)</p>
<p><strong>3.เอสเอ็มอีที่นำเทคโนโลยีใช้ในกระบวนการผลิต</strong> 86.7% ระดับ 0 ใช้แรงงานควบคู่เครื่องจักรและก็อุปกรณ์ ระดับ 1 ใช้แรงงานควบคู่เครื่องจักรหมายรวมไปถึงอุปกรณ์อัตโนมัติพื้นฐานบางขั้นตอน 12.3% ระดับ 2 ใช้แรงงานควบคู่เครื่องจักรหมายรวมไปถึงอุปกรณ์อัตโนมัติพื้นฐานทุกขั้นตอน 1% ร่วมด้วยระดับ 3 ใช้ระบบ AI 0% หากแบ่งตามขนาดเป็นกิจการระดับ 0 ขนาดย่อย 90.6% ขนาดย่อม 73.7% หมายรวมไปถึงขนาดกลาง 61.6% หากแบ่งตามประเภทกิจการระดับ 0 ภาคธุรกิจเกษตร 97.8% ภาคบริการ 94.7% ภาคการค้า 93% และก็ภาคการผลิต 72.4%</p>
<p><strong>4.การนำเทคโนโลยีใช้สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM)</strong> 56.6% ระดับ 0 ลูกค้าสามารถเสนอแนะความพึงพอใจต่อผู้ประกอบการโดยตรง ระดับ 1 มีแพลตฟอร์มออนไลน์รับเรื่องร้องเรียนหรือเสนอแนะความพึงพอใจ 40.3% ระดับ 2 โปรแกรมระบบบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าโดยใช้กลยุทธ์หรือซอฟต์แวร์เพื่อติดตามงานขายบวกกับตรวจสอบงานบริการลูกค้า 2.5% ระดับ 3 โปรแกรมระบบวิเคราะห์ข้อมูล Big data ของลูกค้าในเชิงลึก 0.4% และระดับ 4 โปรแกรม AI ในการบริการลูกค้า 0.2% หากแบ่งตามขนาดเป็นกิจการระดับ 0 ขนาดย่อย 60.7% ขนาดย่อม 73.7% ประกอบกับขนาดกลาง 61.6% หากแบ่งตามประเภทกิจการระดับ 0 ภาคการค้า 67.7% ภาคธุรกิจเกษตร 57.3% ภาคบริการ 54.9% บวกกับภาคการผลิต 50.3%</p>
<p><strong>5.การนำเทคโนโลยีใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจ 31.9%</strong> ระดับ 0 ไม่มีการใช้ซอฟต์แวร์ใดๆ ใช้การจดบันทึกด้วยมือบนกระดาษ ส่วนใหญ่ระดับ 1 ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ 55.4% ระดับ 2 ใช้โปรแกรมเฉพาะ 12.2% ระดับ 3 โปรแกรมประกอบไปด้วยระบบสารสนเทศ 0.4% แล้วก็ระดับ 4 โปรแกรมแล้วก็ระบบ AI 0.1% หากแบ่งตามขนาดเป็นกิจการส่วนใหญ่ในระดับ 1 ขนาดย่อย 49.1% ขนาดย่อม 82.2% บวกกับขนาดกลาง 73.6% หากแบ่งตามประเภทกิจการส่วนใหญ่ระดับ 1 ภาคธุรกิจเกษตร 62.9% ภาคการผลิต 59.5% ภาคบริการ 54.6% และภาคการค้า 51.6% ตามลำดับ</p>
<p>ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติที่สำรวจแรงงานประเทศไทย พบว่า แรงงานไทย 37.5 ล้านคน ทั้งในและนอกระบบ เป็นแรงงานที่มีระดับการศึกษาประถมศึกษาหรือต่ำกว่า 15.6 ล้านคน (42%) แรงงานระดับการศึกษามัธยมศึกษาตอนต้นประกอบกับตอนปลาย 13.4 ล้านคน (36%) และก็แรงงานระดับอุดมศึกษา 8.5 ล้านคน (22%) สะท้อนภาพสอดคล้องกับความต้องการประชากรไทยวัยแรงงานที่ต้องการพัฒนาขีดความสามารถปีละ 5.3 ล้านคน</p>
<p><strong>อุปสรรคสำคัญของเอสเอ็มอีในการเข้าถึงรวมทั้งนำไปใช้ด้านดิจิทัลเทคโนโลยีรวมทั้ง AI เท่ากับ</strong><br />1.การเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อนำไปปรับปรุงธุรกิจ 29.5%<br />2.ความรู้ของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีด้านดิจิทัลเทคโนโลยี 21.6%<br />3.การประเมินความคุ้มค่าของการลงทุน 17.6%<br />4.ความคุ้มค่าในการลงทุนช้า 9.3%<br />5.โครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลร่วมกับระบบนิเวศทางดิจิทัล 6.6%</p>
<p>ประโยชน์ที่เอสเอ็มอีจะได้รับจากการเร่ง 3 ด้านใหญ่ เพื่อสร้าง Digital Literacy – Social Literacy – AI Literacy ให้เอสเอ็มอีรวมทั้งแรงงานเติบโตไปพร้อมๆ กัน ด้วยการดำเนินธุรกิจที่สะดวกง่ายดายมากขึ้น การลดเวลาทำงาน ยกระดับทักษะเพิ่มผลิตภาพแรงงาน ช่องทางการเพิ่มรายได้หมายรวมไปถึงตลาดใหม่ๆ ลดต้นทุนรวมไปถึงเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน</p>
<p>กรณีศึกษานโยบายการขับเคลื่อนเอสเอ็มอีรวมไปถึงแรงงานเพิ่มขีดความสามารถทางด้านดิจิทัลเทคโนโลยีแล้วก็ AI อาทิ</p>
<p>ประเทศเวียดนาม <strong>นายกรัฐมนตรี ฝัน มิน จิน</strong> ได้ 1.ผลักดัน <strong>“นโยบาย Global AI Technology Supply Chain”</strong> เตรียมพร้อมสร้างกองทัพอัจฉริยะ AI จำนวน 100,000 ราย เพื่อเชื่อมการค้า การลงทุน FDI ในกลุ่มนักลงทุนเทคโนโลยีชั้นสูง 2.มุ่งให้ธุรกิจที่มาลงทุนในเวียดนามเติบโตแข็งแกร่ง รายได้มากขึ้นจากการใช้นโยบายปฏิรูปการอำนวยความสะดวก ให้พร้อมรองรับนักลงทุนมากขึ้น 3.อัดฉีดเงินทุนแล้วก็เงินกู้เพิ่มเติม ให้ผู้ประกอบการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ 4.จัดงาน AI Semiconductor Conference ครั้งแรกของเวียดนาม เพื่อดึงนักลงทุนต่างชาติ</p>
<p>ประเทศจีน เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาหมายรวมไปถึงปฏิรูปแห่งชาติ<strong> เจิ้ง ชาน เจี๋ย</strong> ได้ 1.จัดตั้งกองทุน Start Up แห่งชาติมุ่งเป้าเทคโนโลยีล้ำยุค อาทิ AI Quantum Technology การจัดเก็บพลังงาน Hydrogen 2.มาตรการอัดฉีดเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ให้ผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อการลงทุนขยายธุรกิจและเพิ่มสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจ 3.ปี 2568 จัดสรรงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์บวกกับเทคโนโลยี เพิ่ม 8.3%จากปีก่อนเป็น 1.2 ล้านล้านหยวน 4.Low Altitude Economy เศรษฐกิจการบินระดับต่ำ (ต่ำกว่า 1,000 เมตร) เพื่อสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ให้จีน เป็นอุตสาหกรรมเทคโนโลยีนวัตกรรมที่เพิ่มผู้ประกอบการนวัตกรรม การจ้างงานแรงงานทักษะสูง โดยเปิดตัวสำนักงานการบินระดับต่ำของชาติ การพัฒนาระบบขนส่งสินค้าแล้วก็มนุษย์ด้วยโดรน การผลิตรถยนต์บินได้เพื่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวประกอบกับป้องกันบรรเทาสาธารณภัยเบื้องต้นภายในปี 2569</p>
<p>5.Little Giants 2025 สร้างผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจีนที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและก็เทคโนโลยี 1,000,000 รายทั่วประเทศ และก็บ่มเพาะให้สิทธิประโยชน์ส่งเสริมสนับสนุนด้านการเงิน ภาษี งานวิจัยนวัตกรรมเชื่อมต่อ Global Supply chain อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด AI ร่วมกับ EV ให้เป็น Little Giants จำนวน 10,000 รายภายในปี 2568 แต่จีนสามารถทำเสร็จตั้งแต่ปี 2567 ราว 15,000 ราย</p>
<p>ประเทศอินโดนีเซีย <strong>ประธานาธิบดีโจโก้ วีโดโด</strong> โดย 1.เร่งพัฒนาเศรษฐกิจนอกเหนือเกาะชวา ซึ่งเป็นเกาะเมืองหลวงที่ตั้งจาการ์ตา 2.ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล 3.นโยบายการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานสู่พลังงานสีเขียว ยกเลิกการใช้ถ่านหินลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</p>
<p>4.การพัฒนากำลังที่มีสมรรถนะแล้วก็ทักษะสูง ด้วยมาตรการแพลตฟอร์มยกระดับขีดความสามารถประชาชนในประเทศ <strong>“KATU PRAKERJA”</strong> ให้สามารถพัฒนาตามความต้องการของตลาดแรงงาน เพิ่มจ้างงาน การผลิตภาพ เพิ่มรายได้ รวมถึงส่งเสริมให้ผู้ประกอบการได้แรงงานตรงตามความต้องการ เป้าหมายปีละ 5 ล้านราย โดย 3 ปีแรกทำได้ถึง 17.5 ล้านคน ด้วย 180 หน่วยงานบ่มเพาะกว่า 1,900 หลักสูตร</p>
<p>ประเทศไทย แม้นว่าถามว่า<strong> “มีไหม”</strong> จะได้รับคำตอบว่า<strong> “มี”</strong> แต่สิ่งสำคัญมากกว่าคำว่า<strong> “มี”</strong> เท่ากับ <strong>3 ป เป้าหมาย</strong> สามารถเข้าถึงกลุ่มเอสเอ็มอี แรงงาน ประชาชนได้มากน้อยเพียงใด <strong>ประสิทธิภาพ</strong> ระบบบริหารการจัดการ ตัวชี้วัดผลลัพธ์ การบูรณาการร่วมกันกับภาครัฐร่วมด้วยเอกชนเป็นอย่างไร ร่วมกับ <strong>ประสิทธิผล</strong> เกิดความคุ้มค่างบประมาณ <strong>“ทำน้อย ได้มาก” </strong>ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจร่วมกับสังคมที่เป็นรูปธรรมในการกระตุ้นเศรษฐกิจ GDP-GDP SME-การกระจายรายได้-การลดเพิ่มคุณภาพหนี้ครัวเรือน ลดหนี้เสีย ลดหนี้นอกระบบ-เพิ่มผลิตภาพแรงงาน เอสเอ็มอี ประกอบไปด้วยภาพรวมประเทศที่สามารถแข่งขันได้อย่างมีศักยภาพ</p>
<p><strong>สิ่งสำคัญ จะเป็นดังเช่น การเชื่อมโยงออกแบบนโยบาย กลยุทธ์ของมาตรการ วิธีการขับเคลื่อน งบประมาณความรู้ความเข้าใจของผู้ดำเนินการประกอบกับตัวชี้วัดเพื่อเชื่อมโยงเอสเอ็มอีบวกกับแรงงานในแต่ละประเภทธุรกิจให้สามารถเข้าถึงดิจิทัลเทคโนโลยีพื้นฐาน การใช้ Social media เพื่อการดำเนินธุรกิจ การใช้โปรแกรมซอฟต์แวร์ แอพพลิเคชั่น แพลตฟอร์มการค้าต่างๆ แล้วก็ AI ต้องขยายผลการใช้ประโยชน์ได้จริงอย่างต่อเนื่องตามความจำเป็นของแต่ละกลุ่มธุรกิจที่มีลักษณะเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน ร่วมมือ ร่วมกันคิดทำกันทั้งระบบให้เอสเอ็มอีไทยแข่งขันได้อย่างมีศักยภาพ</strong></p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวดี ๆ จากทางเรา ที่เดียว <a href="https://www.ikssn.com" rel="dofollow">iKSSN Vector ยันต์</a> จำหน่าย รูปภาพยันต์ งาน Vector งานออกแบบสำหรับกราฟิก</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.ikssn.com/board/news">ข่าวและประโยชน์น่าสนใจ</category>                        <dc:creator>ikssn</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.ikssn.com/board/topicid/97</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>กระทรวงศึกษาฯ ยกเลิกทรงผมนักเรียน แต่แนวนโยบายเปิดช่องโหว่</title>
                        <link>https://www.ikssn.com/board/topicid/96</link>
                        <pubDate>Thu, 06 Mar 2025 02:29:21 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[ครูจวง ชี้ ระเบียบกระทรวงศึกษาฯยกเลิกทรงผมนักเรียน แต่แนวนโยบายเปิดช่อง สถานศึกษากำหนดลักษณะทรงผมได้ตามบริบท-ความเหมาะสม หลัง โฆษกศธ. ระบุ “ปิดฉากทรงผมนักเรียน ไม่ยึดติดระเบียบนานแล้ว” จี้ อ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><strong>ครูจวง ชี้ ระเบียบกระทรวงศึกษาฯยกเลิกทรงผมนักเรียน แต่แนวนโยบายเปิดช่อง สถานศึกษากำหนดลักษณะทรงผมได้ตามบริบท-ความเหมาะสม หลัง โฆษกศธ. ระบุ “ปิดฉากทรงผมนักเรียน ไม่ยึดติดระเบียบนานแล้ว” จี้ ออกกฎ สถานศึกษาไม่มีอำนาจตัดผมนักเรียน ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม</strong></p>
<p>เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2568 <strong>นายปารมี ไวจงเจริญ</strong> ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน กล่าวถึง กรณีที่นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ ระบุว่า “ปิดฉากทรงผมนักเรียน ไม่ยึดติดระเบียบนานแล้ว”</p>
<p>โดยนายปารมี กล่าวว่า ตนขอเห็นแย้ง เพราะในโลกแห่งความเป็นจริง ยังมีข่าวครูกล้อนผมนักเรียนให้เห็นโดยตลอด ถึงแม้ว่าจะมีระเบียบกระทรวงศึกษายกเลิกการไว้ทรงผมของนักเรียน ที่ประกาศเมื่อวันที่ 16 ม.ค. 2566 ประกอบไปด้วยต่อมากระทรวงศึกษายังออกแนวนโยบายเกี่ยวกับการไว้ทรงผมของนักเรียนประกอบไปด้วยนักศึกษาของสถานศึกษา แต่ข้อความสำคัญในแนวนโยบายนี้ก็จะเป็นดังเช่น “สถานศึกษาอาจกำหนดลักษณะทรงผมได้ตามบริบทรวมไปถึงความเหมาะสม” จึงทำให้ในทางปฏิบัติจริง หลายๆโรงเรียนก็ยังกล้อนผมเด็กกันอยู่</p>
<p>“ดิฉันจึงขอส่งเสียงดังๆ ไปยังกระทรวงศึกษาธิการว่า ถ้าหากว่าท่านให้ความสำคัญกับสิทธิผู้เรียนอย่างแท้จริงแล้วล่ะก็ ขอให้กระทรวงศึกษาเร่งออกกฎกระทรวงฉบับใหม่ที่เป็นมาตรฐานกลางของโรงเรียนทั่วประเทศว่า สถานศึกษาไม่มีอำนาจตัดผมนักเรียนไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม รวมทั้งต้องออกกฎกระทรวงว่าด้วยหนทางการรับฟังความเห็นของนักเรียนที่มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของนักเรียนอย่างแท้จริง จึงจะปิดฉากทรงผมนักเรียนได้อย่างแท้จริง ขอให้ท่านเร่งทำ” นายปารมีกล่าว</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวต่าง ๆ จากที่นี่ ที่เดียว <a href="https://www.ikssn.com" rel="dofollow">iKSSN Vector ยันต์</a> จำหน่าย รูปภาพยันต์ งาน Vector งานออกแบบสำหรับกราฟิก</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.ikssn.com/board/news">ข่าวและประโยชน์น่าสนใจ</category>                        <dc:creator>ikssn</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.ikssn.com/board/topicid/96</guid>
                    </item>
							        </channel>
        </rss>
		