<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>        <rss version="2.0"
             xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
             xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
             xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
             xmlns:admin="http://webns.net/mvcb/"
             xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#"
             xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/">
        <channel>
            <title>
									สหรัฐฯ จะเปิดหน้าชนกับจีน หรือจะสงบศึกทางการค้า วันนี้ดูกัน - ข่าวและประโยชน์น่าสนใจ				            </title>
            <link>https://www.ikssn.com/board/topicid/104</link>
            <description>iKSSN Vector Illustrator Discussion Board</description>
            <language>en-US</language>
            <lastBuildDate>Wed, 22 Jul 2026 07:23:29 +0000</lastBuildDate>
            <generator>wpForo</generator>
            <ttl>60</ttl>
							                    <item>
                        <title>สหรัฐฯ จะเปิดหน้าชนกับจีน หรือจะสงบศึกทางการค้า วันนี้ดูกัน</title>
                        <link>https://www.ikssn.com/board/postid/109</link>
                        <pubDate>Thu, 30 Oct 2025 01:58:06 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[โลกจับตา! ทรัมป์-สี หารือวันนี้ สงบศึกการค้า หรือเปิดหน้าชนต่อ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กับ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน จะพบหารือกันในวันที่ 30 ตุลาคม 2568 ที่เกาหลีใต้ ซึ่งถือ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><strong>โลกจับตา! ทรัมป์-สี หารือวันนี้ สงบศึกการค้า หรือเปิดหน้าชนต่อ</strong></p>
<p><strong>ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์</strong> ของสหรัฐ กับ<strong> ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง </strong>ของจีน จะพบหารือกันในวันที่ 30 ตุลาคม 2568 ที่เกาหลีใต้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ผู้นำสองชาติมหาอำนาจจะพบกันหลังจากทรัมป์ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐสมัยที่ 2 ในต้นปีนี้ ท่ามกลางความตึงเครียดในสงครามการค้าที่หลายฝ่ายหวังว่า จะได้รับการแก้ไขแล้วก็ยุติลงในการหารือวันนี้</p>
<p>ทีมเจรจาฝ่ายสหรัฐส่งสัญญาณว่าพวกเขาต้องการกลับไปสู่การสงบศึกทางการค้าที่เต็มไปด้วยความเปราะบาง แต่ความตึงเครียดระหว่างสองประเทศยังคงอยู่ในระดับสูง ร่วมด้วยสาเหตุฉุดรั้งทางเศรษฐกิจระยะยาวก็มีแนวโน้มจะดำรงอยู่ต่อไประหว่างสองมหาอำนาจคู่แข่งทางภูมิรัฐศาสตร์ของโลก</p>
<p>ทรัมป์ได้แสดงความหวังหลายครั้งว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้ เมื่อเขาพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ระหว่างการเดินทางมาเข้าร่วมการประชุมผู้นำเอเปค แต่สถานที่พบกันครั้งนี้กลับไม่ใช่เมืองคยองจู สถานที่จัดประชุมผู้นำเอเปคที่เกาหลีใต้ทุ่มเททรัพยากรมากมายก่ายกองเพื่อให้โลกได้เห็นอดีตเมืองหลวงยาวนานกว่า 992 ปีของอาณาจักรโชซอน แต่เป็นเมืองปูซาน ที่เครื่องบินของเหล่าผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคจะนำเครื่องมาลงจอด</p>
<p>สื่อบางสำนักคาดการณ์ว่า การพบปะหยุดโลกของสองผู้นำชาติเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 1 ร่วมด้วย 2 ของโลกในครั้งนี้ อาจจะจัดขึ้นที่สนามบินนานาชาติกิมแฮในเมืองปูซาน ไม่นานหลังจากที่ประธานาธิบดีสีเดินทางถึงเกาหลีใตเพื่อร่วมการประชุมเอเปค และก่อนที่ทรัมป์จะออกเดินทางจากเกาหลีใต้ โดยไม่ได้เข้าร่วมภารกิจการประชุมเอเปคใดๆ อย่างเป็นทางการ เว้นแต่การเข้าร่วมดินเนอร์กับผู้นำเอเปคเพียง 8 เขตเศรษฐกิจแค่นั้น</p>
<p>อย่างไรก็ดี ด้วยการที่ทั้งสองประเทศพร้อมเล่นงานกันอย่างดุเดือดมากขึ้นในการแข่งขันทางเศรษฐกิจประกอบกับภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งนักวิเคราะห์หลายคนมองว่าเป็นดั่งสงครามเย็นยุคใหม่ คำถามสำคัญที่ยังคงอยู่คือ ความสงบชั่วคราวทางการค้านี้จะคงอยู่ยืนยาวได้เพียงใด</p>
<p>สงครามการค้าปะทุขึ้นอีกครั้งในเดือนนี้ หลังจากที่ปักกิ่งได้ขยายข้อจำกัดการส่งออกแร่หายาก ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตเทคโนโลยีชั้นสูง ซึ่งเป็นภาคส่วนที่จีนครองตลาดโลกเกือบทั้งหมดอยู่<br />ทรัมป์ได้ตอบโต้โดยขู่ว่าจะเก็บภาษีศุลกากรต่อสินค้าจีนเพิ่มอีก 100% พร้อมกับมาตรการอื่นๆ เช่น การจำกัดการส่งออกสินค้าที่ผลิตโดยใช้ซอฟต์แวร์ของสหรัฐไปยังจีน ซึ่งอาจส่งผลสะเทือนต่อเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง</p>
<p>หลังจากการเจรจาอย่างเร่งด่วนของเจ้าหน้าที่การค้าระดับสูงเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวว่า เขาคาดว่าปักกิ่งจะยอมเลื่อนการบังคับใช้ข้อจำกัดเกี่ยวกับแร่หายากออกไปอีกหนึ่งปี ประกอบกับจะกลับมาซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐ ซึ่งเป็นผลผลิตที่มีความสำคัญต่อเกษตรกรชาวอเมริกันอีกครั้ง โดยเป็นส่วนหนึ่งของกรอบข้อตกลงสำคัญ ที่คาดว่าผู้นำทั้งสองฝ่ายว่าจะให้ความเห็นชอบ<br />ก่อนการประชุมสุดยอดเอเปค รอยเตอร์ได้เผยมีรายงานพิเศษในวันที่ 29 ตุลาคมว่า จีนได้ซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน</p>
<p>ไรอัน แฮสส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านจีนจากสถาบันบรูคกิงส์ กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายยังคงไม่เต็มใจที่จะสละอำนาจควบคุมต่อสินค้าหรือเทคโนโลยีที่อีกฝ่ายพึ่งพาอยู่ จุดยืนเหล่านั้นจะยังคงอยู่ เหมือนปืนที่บรรจุกระสุนวางอยู่บนโต๊ะ ในขณะที่ผู้นำทั้งสองกำลังหาทางลดการพึ่งพาวัตถุดิมที่มีความสำคัญของแต่ละประเทศ<br />ทำเนียบขาวส่งสัญญาณว่า หวังให้การประชุมสุดยอดครั้งนี้เป็นเพียงการเริ่มต้นของการพบกันอีกหลายครั้งระหว่างทรัมป์รวมไปถึงสีในปีหน้า รวมถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการเยือนกันระหว่างผู้นำทั้งสอง ซึ่งบ่งชี้ว่ากระบวนการเจรจาที่ยืดเยื้อ แต่ทรัมป์ต้องการเห็นความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมโดยเร็ว เนื่องจากการเจรจาครั้งนี้กำลังถูกจับตาอย่างใกล้ชิดจากภาคธุรกิจทั่วโลก</p>
<p>ทรัมป์กล่าวเมื่อวันพุธว่า เขาคาดว่าจะลดภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนลง หากจีนให้คำมั่นว่าจะควบคุมการส่งออกสารตั้งต้นที่ใช้ผลิตยาเฟนทานิล ซึ่งเป็นยาแก้ปวดสังเคราะห์รุนแรงประกอบไปด้วยเป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากการใช้ยาเกินขนาดในสหรัฐ</p>
<p>ทรัมป์ยังกล่าวอีกว่า เขาอาจลงนามในข้อตกลงสุดท้ายกับสีเกี่ยวกับแอป TikTok แอปพลิเคชันยอดนิยมที่เผชิญกับคำสั่งแบนในสหรัฐ เว้นแต่บริษัทแม่ชาวจีนจะขายกิจการในสหรัฐ</p>
<p>นายกัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า ปักกิ่งยินดีที่จะทำงานร่วมกันกับสหรัฐเพื่อให้ได้ผลลัพธ์เชิงบวก</p>
<p>ข้อตกลงก่อนหน้านี้ ภาษีตอบโต้กันระหว่างสองประเทศลดลงอย่างมากเหลือประมาณ 55% สำหรับการนำเข้าไปยังสหรัฐ รวมทั้ง 10% สำหรับสินค้าสหรัฐที่นำเข้าไปยังจีน รวมทั้งได้รื้อฟื้นการส่งออกแม่เหล็กแร่หายากจากจีน กลับสู่ตลาดโลก โดยข้อตกลงดังกล่าวกำลังจะหมดอายุลงในวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้</p>
<p>สก็อตต์ เคนเนดี ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจจีนจากศูนย์ยุทธศาสตร์และการศึกษาระหว่างประเทศ (CSIS) ในกรุงวอชิงตัน คาดว่า ทั้งสองฝ่ายคงจะเลือกเตะถ่วงเวลาไปก่อนในตอนนี้ ประกอบกับไม่ว่าจะได้ข้อตกลงในรูปแบบใด มันก็คงไม่ได้มีรายละเอียดสาระสำคัญหรือเป็นข้อตกลงที่ยั่งยืนนัก</p>
<p>เคนเนดีกล่าวว่า การเจรจาครั้งนี้จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่สหรัฐกังวลมานานอย่างการเข้าถึงตลาดจีน ร่วมกับการผลิตเกินความต้องการของอุตสาหกรรมจีน ขณะที่สำหรับฝ่ายจีน แค่หลีกเลี่ยงประเด็นเหล่านั้นได้ ก็ถือเป็นชัยชนะแล้ว</p>
<p>การพบปะของทรัมป์แล้วก็สีครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงท้ายของการเดินทางเยือนเอเชียเป็นเวลา 5 วันของทรัมป์ ซึ่งระหว่างนั้นเขาได้ลงนามในข้อตกลงกับญี่ปุ่นร่วมด้วยชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลายประเทศ เกี่ยวกับความร่วมมือด้านแร่หายาก</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวต่าง ๆ ของเรา ที่เดียว <a href="https://www.ikssn.com" rel="dofollow">iKSSN Vector ยันต์</a> จำหน่าย รูปภาพยันต์ งาน Vector งานออกแบบสำหรับกราฟิก</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.ikssn.com/board/news">ข่าวและประโยชน์น่าสนใจ</category>                        <dc:creator>ikssn</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.ikssn.com/board/postid/109</guid>
                    </item>
							        </channel>
        </rss>
		