Notifications
Clear all

ไทยช่วยไทยพลัส เคาะลงทะเบียน 25 พ.ค. 69 ใช้จริง 1 มิ.ย. 69

1 Posts
1 Users
0 Reactions
3 Views
ikssn
Posts: 111
Admin
Topic starter
(@ikssn)
Reputable Member
Joined: 5 years ago

ครม.เคาะ “ไทยช่วยไทยพลัส” 1.7แสนล. 43 ล้านคนเฮ ลงทะเบียน 25 พ.ค.ใช้ 1 มิ.ย. ไฟเขียวเลิกฟรีวีซ่า 60 วัน

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีรวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส ฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน” เพื่อบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพประชาชนประกอบไปด้วยช่วยประคับประคองธุรกิจรายย่อย ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่กำลังเผชิญภาวะสินค้าราคาแพงรวมทั้งแรงกดดันเงินเฟ้อ โดยวางแนวทางช่วยเหลือ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มแรก ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.18 ล้านคน ใช้วงเงินงบประมาณรวม 5.6 หมื่นล้านบาท จะได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมอีก 700 บาท จากเดิม 300 บาท รวมเป็น 1,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 4 เดือน ระหว่างเดือนมิถุนายน-กันยายน 2569 โดยผู้ถือบัตรเดิมไม่ต้องยืนยันตัวตนใหม่ เพราะเงินจะโอนเข้าในบัตรโดยอัตโนมัติ ส่วนผู้ถือบัตรรายใหม่อยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียด จะแจ้งขั้นตอนให้ทราบชัดเจนอีกครั้ง ซึ่ง ครม.มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย (มท.) ปรับปรุงฐานข้อมูลให้ครอบคลุมประชาชนกลุ่มเปราะบางเพิ่มเติม

นายเอกนิติ กล่าวว่า กลุ่มที่ 2 ประชาชนทั่วไปและก็มนุษย์เงินเดือนประมาณ 30 ล้านคน ใช้วงเงินงบประมาณ 1.2 แสนล้านบาท รัฐบาลจะช่วยจ่ายร้อยละ 60 ประชาชนจ่ายเองร้อยละ 40 สำหรับค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า บวกกับบริการที่กำหนด โดยรัฐสนับสนุนไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน หรือสูงสุด 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นเวลา 4 เดือน

“มีเงื่อนกำหนดว่า หากใช้สิทธิไม่ครบในแต่ละเดือน จะไม่สามารถนำวงเงินคงเหลือไปทบในเดือนถัดไปได้” นายเอกนิติ กล่าวและว่า ส่วนกลุ่มที่ 3 เป็นมาตรการช่วย “ต่อลมหายใจ” ให้ร้านค้ารายเล็ก และผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ท่ามกลางภาวะต้นทุนสูงแล้วก็กำลังซื้อชะลอตัว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโครงการดังกล่าว ประชาชนทั่วไปสามารถลงทะเบียนยืนยันตัวตนได้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม-วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 เวลา 06.00-22.00 น. หรือจนกว่าจะครบ 30 ล้านคน ใช้วงเงินงบประมาณ 1.2 แสนล้านบาท ระยะเวลาการใช้สิทธิ วันที่ 1 มิถุนายน-วันที่ 30 กันยายน 2569 ในร้านค้าที่ร่วมรายการตั้งแต่เวลา 06.00-23.00 น.

ด้าน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ข่าวว่า ที่ประชุม ครม. เห็นชอบทบทวนมาตรการยกเว้นการตรวจลงตราแล้วก็การให้สิทธิการตรวจลงตราต่างๆ ของไทย ตามที่กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เสนอ โดยทบทวนประเภทวีซ่าทั้งหมด ที่ประเทศไทยให้กับประเทศอื่นที่จะมีความแตกต่างกันในช่วงระยะเวลาที่พำนักในประเทศ เช่น 60 วัน 15 วัน ประกอบกับวีซ่าที่ขอรับได้ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง (Visa on Arrival) ซึ่งจุดดีเช่นนั้นแล้วคือ เป็นการเอื้ออำนวยรวมทั้งล่อตาล่อใจนักท่องเที่ยว แต่ขณะเดียวกัน ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง การใช้วีซ่าบางประเภทเป็นช่องทำให้ผู้ไม่หวังดีเข้ามาใช้โอกาสของฟรีวีซ่า นายกรัฐมนตรีจึงมีดำริให้ทบทวนและก็จัดทำให้เป็นระบบ

วันเดียวกัน นายมังกร ประทุมแก้ว อธิบดีกรมการกงสุล แถลงที่ กต.ว่า ตามที่ ครม.มีมติเห็นชอบให้ทบทวนมาตรการยกเว้นวีซ่ ให้กับนักเดินทางต่างชาติ ตามข้อเสนอของ กต. ทั้งนี้ ครม.มีมติให้ 1 ประเทศหรือดินแดนได้รับ 1 สิทธิ ในการยกเว้นการตรวจลงตรา นอกจากนั้น ยังมีมติให้ยกเลิกมาตรการฟรีวีซ่าท่องเที่ยวระยะเวลา 60 วัน ทั้งหมด 93 ประเทศประกอบกับดินแดน รวมถึงสั่งให้ทบทวนมาตรการฟรีวีซ่าท่องเที่ยว 30 วัน จาก 57 ประเทศหรือดินแดน ให้เหลือ 54 ประเทศหรือดินแดน อีกทั้ง ครม.ยังมีคำสั่งให้จัดทำมาตรการฟรีวีซ่าท่องเที่ยวระยะเวลา 15 วัน จำนวน 3 ประเทศหรือดินแดน ร่วมด้วยทบทวนมาตรการ Visa on Arrival (VOA) หรือ การอนุญาตให้ชาวต่างชาติขอวีซ่าได้ ณ ด่านตรวจคนเข้าเมืองปลายทาง จาก 31 ประเทศหรือดินแดน ลดลงเป็น 4 ประเทศหรือดินแดน โดยรายละเอียดจะเป็นไปตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย (มท.) จำนวน 3 ฉบับ ประกอบไปด้วยจะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 15 วัน นับตั้งแต่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา

“การทบทวนมาตรการดังกล่าว เป็นผลมาจากการหารือของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในนโยบายการตรวจลงตรา โดยคำนึงถึงปัจจัยหมายรวมไปถึงเหตุผลต่างๆ เช่น ความมั่นคง การท่องเที่ยวรวมไปถึงเศรษฐกิจ รวมถึงหลักปฏิบัติต่างตอบแทน ลดความซ้ำซ้อนของสิทธิในการยกเว้นการตรวจลงตราที่ทำให้ชาวต่างชาติสับสน ร่วมกับความสะดวกของระบบ E-Visa ของ กต.” นายมังกร กล่าว

อธิบดีกรมการกงสุล กล่าวว่า สำหรับชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในไทยแล้วด้วยสิทธิการยกเว้นการตรวจลงตราเดิม หรือผู้ที่กำลังจะเดินทางมายังประเทศไทยก่อนที่มาตรการใหม่จะมีผลบังคับใช้นั้น จะยังได้รับสิทธิในการพำนักอยู่ในประเทศไทยจนกว่าระยะเวลาพำนักตามสิทธิเดิมจะสิ้นสุดลง หลังจากที่มาตรการตรวจลงตราใหม่มีผลบังคับใช้แล้ว ชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทย ต้องเข้ามาด้วยสิทธิใหม่ที่จะมีผลหรือความตกลงทวิภาคีหรือขอรับการตรวจลงตรา E-Visa ตามวัตถุประสงค์การเดินทาง


เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวใหม่ ๆ ของเรา ที่เดียว iKSSN Vector ยันต์ จำหน่าย รูปภาพยันต์ งาน Vector งานออกแบบสำหรับกราฟิก