Wednesday, November 20, 2019

ผมเชื่อแล้วว่าจริง สมัยก่อนนี้เคยเห็นแต่สงครามสร้างวีรบุรุษ เพราะหากเกิดภัยต่างๆ ในเวลาที่คับขัน ทุกคนจะช่วยกันมีความสามัคคีกัน ฝ่าฟันไปให้ถึงจุดหมาย มีผู้นำที่พร้อมจะเสียสละ และเอื้อประโยชน์แก่พวกพ้อง หากแต่การไม่มีผู้นำวีรบุรุษก็เกิดได้ด้วยการเสียสละ และฟันฝ่าอุปสรรคทั้งปวงไปได้ หลังเหตุร้ายคลี่คลาย เค้าก็ถูกยกย่องให้เป็นวีรบุรุษ แต่เห็นตรงกันข้ามกับในตอนนี้ที่กำลังเกิดเหตุการณ์ น้ำท่วม ไม่ว่าจะเป็นทุกภาค ทุกจังหวัด และที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้น พวกที่ถือโอกาสซ้ำเติมผู้ประสบภัย โดยคิดแค่เพียงเพื่อให้ตัวเองรอด หรือจะด้วยเหตุผลใดก็ตามแต่ สมควรที่มันเหล่านั้นจะต้องชดใช้กรรม

วันนี้อ่านข่าว ซึ่งก็คือปกติที่เห็น นั่นคือข่าวน้ำท่วม ที่รายการล่าสุดนั้นส่วนใหญ่เป็นผลการรายงานจากเมื่อวานที่ผ่านมาเท่านั้น (11 ตุลาคม 54) เพราะสถานการณ์ปัจจุบันนั้นน้อยคนน้อยสำนักข่าวจะถึงข่าวจริงๆ จังๆ ส่วนใหญ่ ลอกกันไปลอกกันมา แล้วนำมาฉายซ้ำให้ดูเป็นเรื่องใหญ่โต กลายเป็นการเสพติดที่ไร้ซึ่งการพิจารณาให้ถ่องแท้ จนเป็นที่มาของความโกลาหล จะไปโทษคนให้ข่าวหรือผู้นำก็ไม่ได้ เพราะการรู้มาก แต่รู้ไม่จริง มันก็เปรียบเหมือนเอาสันมีดไปฟันคนอื่นแล้วกระเด้งโดนหน้าตัวเอง เจ็บกันทั้งคู่

เค้าว่า เมื่อภัยมา จะพาความเห็นแก่ตัว มาด้วย ตุนสินค้า ของคนเมือง

ข่าวหลายสำนักบอกคนแย่งอาหารกันกินแล้วเพราะติดเกาะแรมเดือนอาหารหมด บางแห่งถึงกับไปพับ 7-11 ในสาขาที่ปิดเพราะน้ำท่วมฉกของไปหมด บางรายโดนขโมยเรือซึ่งเป็นเครื่องมือหลักในการรับกับปัญหาน้ำท่วม แต่ก็ยังมีข่าวดีอยู่บ้างที่หลายๆ แห่งก็ยังคงมีน้ำใจแบ่งปันเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กันบ้าง อย่างโรงแรมบางแห่งเปิดให้ผู้อพยพเข้าพักฟรีแต่ในเนื้อข่าวไม่ระบุว่าพักแบบไหน ผมก็คงคิดเล่นๆ ว่าคงไม่ใช่ไปเช็คอิน นอนห้องหรูเตียงสะอาดหรอก เพราะแบบนั้นไม่น่าจะเกิด มันห่างไกลกับความจริงไม่มีใครหน้าไหนเค้าทำกัน แต่อาจจะเปิดให้ใช้สถานที่ พักผ่อนหลับนอนกันตามระเบียง ตามลานเดิน หรือที่กว้างๆ ที่น้ำยังท่วมไม่ถึง

น้ำท่วม กรุงเทพ ผู้ขายสินค้าถือโอกาส ขึ้นราคา สินค้า คนเห็นแก่ตัว

ที่น่าเจ็บใจก็เห็นจะเป็นคนกรุงเทพด้วยกันเอง ที่แห่กักตุนสินค้ากันจ้าละหวั่น เพราะความเห็นแก่ตัวของตนเองและพวกพ้องด้วยการซื้อสิ่งของจำเป็นเสียหมด ไม่เหลือเผื่อแผ่ให้คนข้างหลัง แถมผู้ประกอบการและผู้จำหน่ายสินค้าบางรายก็ถือโอกาสขึ้นราคา ซ้ำเติมกับความเดือดร้อนของคน โดยคิดแต่เพียงความอยู่รอดของตัวเอง ความไม่มีระเบียบวินัยต่างๆ ความเห็นแก่ตัว ล้วนแต่หมักหมมอยู่กับผู้คนทุกๆ เมืองใช่แต่เพียงเมืองเทวดาแห่งนี้ แต่ก็ใช่ว่าจะมีแต่เลว ส่วนที่มีดีก็มีเยอะ แต่ก็นั่นแหละ ปลาเน่าตัวเดียวเหม็นทั้งเข่ง ยังคงใช้ได้กับผู้ที่ถือตนว่าเป็นคน ทำไมไม่เอาเยี่ยงอย่างประเทศอื่นที่เค้าทำ การซื้อของแล้วยังแบ่งปันแก่ผู้ที่มาไม่ทัน การมีระเบียบวินัย มีความคิดที่แยกแยะสิ่งถูกผิด ความมีระเบียบ ความดี มันหายไปไหนหมดแล้วในประเทศไทย ความดีไม่หลงเหลืออยู่แล้วกระนั้นหรือ

ความในใจคนไปช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

  • ค่าเรือ และการขึ้นราคาของเรือที่นำผู้ประสบภัยออกมาจากที่วิกฤติห่างไกลจากถนน เชื่อหรือไม่ว่าราคาไปกลับต่อเที่ยวบางแห่งคิด 1,000-1,500 บาท แต่ใช้เรือธรรมดาๆ ในการรับส่ง ถ้าใช้เรือเฟอรี่จะไม่ว่าซักคำ
  • ไปแจกของในสถานการณ์น้ำท่วม เช่น เสื้อชูชีพ ถุงยังชีพ ให้แก่ผู้ประสบภัย แต่บางคนที่รับของไปกลับกระทำการบางอย่างที่น่าเศร้า คือเอาของบริจาคไปขายต่อ ค้ากำไร หรือขนถุงยังชีพไปให้และคิดค่าขนส่งแถมแกะเอาของในถุงออกไปขายเอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองอีก
  • ขโมยของ ทั้งกลางวันกลางคืน สังเกตพวกนี้ชอบบอกว่าเป็นเจ้าของบ้าน และจะมาช่วยคนน้ำท่วม แต่พอยกของแล้วก็ยกหายไปเลย
  • เรือเจ้าหน้าที่ขนของไปส่งด้านในลึกๆ ที่เจอปัญหาน้ำท่วมหนักกว่า ขาดการติดต่อ ไม่มีแม้อาหาร แต่ชาวบ้านระหว่างทางรีบแย่งถุงไป พร้อมบอกว่าคนด้านในรอไปก่อนให้ด้านนอกก่อนสิเพราะใกล้กว่า
  • เรือ หรืออุปกรณ์ที่ทางเจ้าหน้าที่ทิ้งไว้ชั่วคราว ก็มาถอดประกอบออกไปขายหมด เหลือไว้แต่ซากให้เจ้าหน้าที่ดูต่างหน้า (ขนาดของสรยุทธ์ มันยังถอดล้อรถเอาไปเลย)

เค้าว่า เมื่อภัยมา จะพาความเห็นแก่ตัว มาด้วย

สมแล้วที่อีก 10 ปีหรือ 20 ปีประเทศไทยจะจมหายไปกับสายน้ำด้วยแผนการล้างโลก เอาคนดีที่สุดไว้สร้างชุมชนใหม่ ส่วนไอ้คนไม่ดีก็จับถ่วงน้ำไปซะให้หมด เพราะอยู่ไปก็รังแต่จะดึงคนดีให้จมลงไปด้วย



Comments are closed.

ตกงานอีกครั้งนึงแล้วเรา

ตกงานอีกครั้งนึงแล้วเรา

หากนับประสบการณ์ในการทำงานตั้งแต่แรกจนถึงตอนนี้ก็น่าจะครบ 20 ปีพอดี ตอนแรกกะจะปลดระวางแล้วให้งานมันทำเงินของมันเองตั้งแต่อายุ 35 แต่เกินโควต้ามาตั้ง 4 ปี ตอนนี้คงจะถึงเวลาของมัน

วางแผนการลงทุน แบบคนขี้เกียจทำงาน

วางแผนการลงทุน แบบคนขี้เกียจทำงาน

เอาล่ะ ผมร่างแผนการลงทุนคร่าวๆ เอาไว้แล้วสำหรับเงินที่มีก้อนนี้ เพื่อว่าผมจะลองขี้เกียจทำงานแล้วใช้ชีวิตชิลๆ ดูบ้างแบบว่าวันๆ ไม่ทำอะไรเลย ออกไปนั่งตกปลา กินผัก ทำเว็บ นั่งเล่นเกมส์ เล่นเว็บ ฯลฯ ชิลๆ ไปตามประสาคนไม่มีอะไรทำเป็นชิ้นเป็นอัน แบบนี้ไม่รู้จะเรียกว่า สโลไลฟ์ หรือเปล่านะแต่ผมก็คิดว่าน่าลอง

Enter the video embed code here. Remember to change the size to 310 x 250 in the embed code.