เรื่องขอเงินชดเชย น้ำท่วม

ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าคนเรากำลังคิดอะไรกันอยู่ ดูเหมือนว่า ชนชั้นกลางและล่างจนถึงระดับล่างสุด จะมีข้อเรียกร้องน้อยกว่าชนชั้นกลางที่พอมีอันจะกินไปจนถึงชนชั้นสูงบางกลุ่ม เรียกร้องโน่นนี่นั่น จุกจิก จู้จี้ ประหนึ่งว่า น้ำท่วมครั้งนี้ ทำให้ชีวิตมันพังจนไม่เหลืออะไรเลย แถมยังออกมาร้องโหวกเหวกโวยวายหาคนรับผิดชอบ ทั้งๆ ที่ก็รู้ๆ กันอยู่ว่า บ้านคุณท่วม บ้านฉันก็ท่วม มันท่วมเหมือนกันหมด บ้านฉันท่วมมิดหลังคาจนต้องออกมานอนบนหลังคาเพราะบ้านชั้นเดียว ข้าวของเสียหายหมดไม่เหลืออะไรก็ยังอยู่ได้ จับปลาหากินไปวันๆ รอผู้ใจบุญช่วยเหลือ จะได้น้อยได้มาก หรือไม่ได้ก็เพียงแค่เก็บความน้อยเนื้อต่ำใจว่า เกิดมาไม่มีวาสนา เค้าให้มาเท่านี้ก็บุญโขแล้ว ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย

เรื่องขอเงินชดเชย น้ำท่วม

แต่กลับกัน พวกที่มีสมบัติมากกว่า แต่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำน้อยกว่า แถมบ้านก็ยังดีกว่า มีสองชั้น ท่วมชั้นแรกก็ยังพอมีที่หลับนอนได้อีกชั้น สภาพโดยรวมก็ไม่ต่างอะไร เพียงแต่พวกนี้หากินเองไม่ได้ ต้องยืมจมูกคนอื่นหายใจ หรือส่วนใหญ่เป็นพนักงานที่ไปไหนมาไหนลำบาก พอเดือดร้อนเข้าหน่อยก็โอดโอย เพราะลำบากไม่เป็น เรียกเงินชดเชยอย่างต่ำๆ 5 หมื่นบาท ของคนหมู่บ้านฟ้าลากูน และอีกหลายแห่ง ถ้ารวมกันซัก 100 หลัง ก็ปาเข้าไปกี่แสนกี่ล้านล่ะนั่น

ดูเหมือนจะมีอภิสิทธิ์ชนมากไปหรือเปล่า จมแค่เอว แค่หน้าอก แต่กลับเรียกร้องโน่นนี่ ลองหันไปดูคนอื่นที่จังหวัดอื่นเค้าไม่มีแม้กระทั่งหมอนหนุนนอน กลับไม่เคยปริปากเรียกร้องขอความช่วยเหลือ เพราะเค้าสามารถอยู่ได้ พึ่งพาตนเองได้ หากินเองได้

พวกที่เรียกร้องนั่นนี่ ไม่ต่างอะไรกับคนจำพวกผู้ดีตีนแดง ตะแคงตีนเดิน เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ น้ำท่วมแค่หัวเข่ากลับจะเป็นจะตายเสียให้ได้ น้ำมันน่าจะพัดคนพวกนี้ให้ลงอ่าวไทยไปเสียให้หมด