เบื่อนักวิชาการ และนักวิชาเกิน

ตกลงจะเอายังไงกัน(วะ) เริ่มจะรำคาญ ประมาณว่า ทำอะไรก็โดน(ว่า)ไปหมด น่าเห็นใจผู้บริหารในตอนนี้ที่หลายๆ คน โดน(ด่า)กันไปเต็มๆ เพราะไม่สามารถที่จะรองรับความต้องการของ(บรรดาหมูหมากาไก่)ให้ครบตามสมประสงค์ได้ทุกเรื่อง นักวิชาการทั้งหลายก็ล้วนแต่(เห่า)ในยามมีปัญหา แต่ไม่เคย(หอน)ในยามที่เงียบสงบ จะมีก็น้อยราย แล้วรายน้อยๆ เหล่านั้นก็มักจะหอนอยู่ในรู แต่พอเกิดปัญหาจริงๆ ก็เหมือนกับว่าจะเอาเสียงที่หอนอยู่ในรูนั้นมาเห่าให้ดังยิ่งขึ้น ประมาณว่า บอกแล้วไม่เชื่อกรู กรูว่าแล้ว ไม่เชื่อกรู ฯลฯ

สถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบันควรจะหันหน้าเข้าหากันแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไว้ก่อนไม่ใช่ว่า คนนี้มาเสนอแนะแนวทางว่าควรทำอย่างนั้น คนนั้นก็มาบอกให้ทำอย่างนี้ คนนี้ก็มาด่าว่าทำไม่ถูก คนโน้นก็ว่าทำผิด แหม อยากให้น้ำท่วมมันให้ตายไปให้หมด ดูซิว่าจะเลิกเห่าหอนกันได้หรือยัง รัฐบาลนี้ซวยเพราะเข้ามาก็เจอปัญหาใหญ่ พวกหมูหมากาไก่เลยได้ทีโยนขี้ให้ ว่ามือใหม่ไม่มีประสบการณ์ แหมไม่ใช่เทวดา จะได้เสกให้น้ำมันไหลลงทะเลได้ง่ายๆ ยิ่งน้ำลายพวกทั้งหลายกระหน่ำเหมือนกับสายฝนตกทุกวัน น้ำมันเลยไม่ลดซักที สมแล้วที่เค้าว่า นักวิชาการก็เก่งแต่ในทฤษฎี พอปฏิบัติก็ขาดๆ เกินๆ หลายคนเลยเป็นได้แค่ นักวิชาเกิน

หัวหน้าพรรคฝ่ายแค้น หันมาจับมือหารือปรึกษาหัวหน้ารัฐบวม มีหลายคนที่เป็นลิ่วล้อฝ่ายแค้นเชิดชูว่าท่านมีน้ำใจ แต่แหม แสดงว่าถ้าไม่มาก็ได้ใช่ปะ ถ้าไม่โผล่ไปก็ได้ใช่มะ เพราะไม่ใช่หน้าที่ ไม่ใช่เรื่อง การจัดการแก้ปัญหาบ้านเมืองมันหน้าที่รัฐบวมอย่างเดียว แล้วพวกคุณๆทั้งหลายก็มีหน้าที่สาวไส้การทำงานรัฐบวมอย่างเดียวว่างั้น???

งั้นพวกคุณๆก็น่าจะหาเงินใช้กันเอง ไม่ควรจะมากินภาษีประชาชนอย่างเราๆ ถ้าอยากจะเข้าสภาไปนั่งสาวไส้อย่างเดียว ออกมาเป็นสื่อเป็นปอบสาวไส้ข้างนอกดีกว่า ไม่เปลืองภาษีประชาชน